ประโยชน์ของโยเกิร์ต มีอะไรบ้าง และมีวิธีควรเลือกทานอย่างไร?

Share On: Facebook Line
Share On: Facebook Line
Table of Contents

คุณเคยสงสัยไหมว่า ประโยชน์ของโยเกิร์ต มีอะไรบ้าง และจะเลือกทานโยเกิร์ตแบบไหนให้เหมาะกับสุขภาพที่สุด? โยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไร นอกจากช่วยปรับสมดุลลำไส้แล้ว ยังมีข้อดีในแง่ของการดูแลสุขภาพอีกมากมายที่หลายคนอาจไม่รู้ บทความนี้ Butterfly Organic จะพาคุณเจาะลึกเรื่อง โยเกิร์ต ประโยชน์ ที่สำคัญ พร้อมแนะนำวิธีเลือกทานโยเกิร์ตอย่างถูกต้อง เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับคุณค่าสูงสุดจากการกินโยเกิร์ตทุกวัน

โยเกิร์ต คืออะไร?

 

โยเกิร์ต เป็นผลิตภัณฑ์นมหมักที่เกิดจากการเติมแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายลงไปในน้ำนมแล้วหมักจนเกิดเนื้อสัมผัสที่ข้นขึ้น โยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (Probiotics) ที่ช่วยเสริมสร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร การเลือกทานโยเกิร์ตอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น อาทิ แคลเซียม โปรตีน และวิตามินต่าง ๆ ทำให้โยเกิร์ตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ใส่ใจสุขภาพ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ สรรพคุณโดดเด่นในเรื่องช่วยดูแลระบบย่อยอาหาร และมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตคนยุคใหม่

โยเกิร์ต ประโยชน์ มีอะไรบ้าง?

 

เมื่อพูดถึงโยเกิร์ต ประโยชน์ของมันมีมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรสชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพในหลายด้านด้วย โยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? มาดูรายละเอียดแต่ละข้อกัน

1. ทานโยเกิร์ตแก้ท้องผูก

โยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ลดปัญหาท้องผูกในผู้ที่ระบบขับถ่ายไม่ปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มักมีปัญหาลำไส้แปรปรวน กินโยเกิร์ตช่วยอะไรระบบขับถ่ายเป็นปกติ ลดความอึดอัดท้องและส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร

2. ทานโยเกิร์ตควบคุมน้ำหนัก

โยเกิร์ตไขมันต่ำหรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยให้อิ่มนาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควบคุมแคลอรี่ และลดความอยากอาหาร การเลือกทานโยเกิร์ตในปริมาณที่เหมาะสมมีข้อดีของโยเกิร์ตต่อการดูแลรูปร่างโดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการ

3. ทานโยเกิร์ตกระตุ้นการทำงานลำไส้

การกินโยเกิร์ตทุกวันช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบลำไส้ ลดปัญหาลำไส้แปรปรวน และเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย สรรพคุณโยเกิร์ตข้อนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพลำไส้และการย่อยอาหารโดยตรง

4. ทานโยเกิร์ตรักษาเชื้อราในช่องคลอด

โปรไบโอติกในโยเกิร์ตสามารถช่วยเสริมสร้างสมดุลจุลินทรีย์ภายในช่องคลอด ลดโอกาสเกิดเชื้อราในผู้หญิง โยเกิร์ต ประโยชน์ในข้อนี้เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้น ทั้งนี้ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นหลัก

5. โยเกิร์ตมีแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูและฟันให้แข็งแรง

แคลเซียมในโยเกิร์ตช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ การเลือกโยเกิร์ตที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยช่วยให้ได้รับประโยชน์ของโยเกิร์ตสูงสุดโดยไม่เพิ่มน้ำหนักตัว

6. ทานโยเกิร์ตลดกลิ่นปาก

การรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก อันเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก นอกจากนั้นโยเกิร์ต ประโยชน์ยังช่วยลดการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ อีกด้วย

7. ทานโยเกิร์ตลดระดับคอเลสเตอรอล

งานวิจัยบางฉบับชี้ว่าการทานโยเกิร์ตเป็นประจำช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด สรรพคุณโยเกิร์ตนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

8. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

โยเกิร์ตโดยเฉพาะโยเกิร์ตรสธรรมชาติมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันไม่ดีในร่างกาย การทานอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ กินโยเกิร์ตทุกวัน ผลดีต่อสุขภาพโดยรวม

กินโยเกิร์ต เวลาไหนดี?

 

หลายคนสงสัยว่าโยเกิร์ตควรกินตอนไหนจึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด โยเกิร์ต ประโยชน์จะเห็นผลชัดเจนหากเลือกกินในเวลาที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน

กินโยเกิร์ตตอนเช้า (06.00 – 07.00 น.)

การเริ่มวันใหม่ด้วยโยเกิร์ตช่วยเติมพลังงานและจุลินทรีย์ที่ดีให้กับร่างกาย และการกินโยเกิร์ตยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้ตั้งแต่เช้า เหมาะสำหรับคนที่มักมีปัญหาท้องผูก

กินโยเกิร์ตตอนกลางวัน (11.00 – 13.00 น.)

ช่วงกลางวันเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานและสารอาหารเพิ่มเติม การทานโยเกิร์ตระหว่างวันช่วยลดความหิวและเสริมโปรตีนสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

กินโยเกิร์ตตอนเย็น (18.00 – 19.00 น.)

การรับประทานโยเกิร์ตในช่วงเย็นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการของว่างเบา ๆ ไม่เพิ่มแคลอรี่ เหมาะกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ โยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไรในช่วงนี้? ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังจากทำกิจกรรมระหว่างวัน

กินโยเกิร์ตก่อนนอน (19.30 – 20.00 น.)

การทานโยเกิร์ตก่อนนอนช่วยเสริมจุลินทรีย์ในลำไส้ระหว่างพักผ่อน ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีในวันรุ่งขึ้น สรรพคุณโยเกิร์ตข้อนี้เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

คุณค่าทางโภชนาการของโยเกิร์ต มีอะไรบ้าง?

 

ประโยชน์ของโยเกิร์ต นอกจากจะอยู่ที่จุลินทรีย์แล้วยังมาจากสารอาหารมากมายที่โยเกิร์ตมอบให้ โยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไรอีกหลายเรื่อง? มาดูข้อมูลทางโภชนาการแบบละเอียดกัน

  • โปรตีน: ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
  • แคลเซียม: เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • วิตามินบี2, บี12: ช่วยบำรุงประสาทและสมอง
  • โปรไบโอติก: จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลลำไส้
  • โพแทสเซียมและแมกนีเซียม: ช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย
  • วิตามินดี: ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น
  • ไขมันดี: ให้พลังงานและดูแลระบบร่างกาย
  • น้ำตาลธรรมชาติ: ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีน้ำตาลหรือไขมันต่ำเพื่อสุขภาพที่ดี

โยเกิร์ต เหมาะกับใครบ้าง?

แม้ว่าโยเกิร์ตจะเหมาะกับหลายกลุ่มคน แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่เหมาะสมและจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเมื่อกินโยเกิร์ต

  • เด็กและวัยรุ่น: ได้รับแคลเซียมและโปรตีนสำหรับการเจริญเติบโต
  • ผู้สูงอายุ: เสริมสร้างกระดูกและฟัน ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน
  • ผู้ที่มีปัญหาท้องผูก: โปรไบโอติกในโยเกิร์ตช่วยปรับสมดุลลำไส้
  • ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก: โยเกิร์ตไขมันต่ำเหมาะกับการเป็นอาหารว่างระหว่างวัน
  • ผู้ที่ออกกำลังกาย: ได้รับโปรตีนและแร่ธาตุที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพลำไส้: จุลินทรีย์ในโยเกิร์ตช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ต้องการอาหารที่ย่อยง่าย: โยเกิร์ตมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่านมวัว

อ่านบทความนี้ >> อาหารที่มีโปรไบโอติกดีอย่างไร 

โยเกิร์ต ไม่เหมาะสำหรับใครบ้าง?

ถึงแม้โยเกิร์ต ประโยชน์จะมีมาก แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการทานโยเกิร์ต กินโยเกิร์ตทุกวัน ผลเสียอาจเกิดขึ้นได้ในกลุ่มเหล่านี้

  • ผู้ที่แพ้นมหรือแลคโตส: ควรเลือกโยเกิร์ตสูตรปราศจากแลคโตส
  • ผู้ป่วยโรคไต: อาจได้รับแร่ธาตุหรือโพแทสเซียมมากเกินไป
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน: ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีน้ำตาล
  • ผู้ที่แพ้โปรตีนจากนมวัว: ควรหลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่ทำจากนมวัว
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างรับยาบางชนิด: ควรปรึกษาแพทย์หากต้องทานโยเกิร์ต
  • เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี: ไม่ควรให้รับประทานโยเกิร์ต

วิธีเลือกทานโยเกิร์ต เพื่อสุขภาพที่ดี!

การเลือกทานโยเกิร์ตอย่างถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้โยเกิร์ตจะมีประโยชน์แต่หากเลือกผิดอาจไม่ได้รับคุณค่าสูงสุด โดยประโยชน์ของโยเกิร์ตจะเกิดขึ้นหากพิจารณาเรื่องเหล่านี้

  • เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ: หลีกเลี่ยงน้ำตาลและสารแต่งกลิ่น
  • เลือกสูตรไขมันต่ำ: เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก
  • ดูปริมาณโปรตีนและแคลเซียม: ควรอ่านฉลากโภชนาการ
  • หลีกเลี่ยงสารกันบูดและสารปรุงแต่ง: เพื่อสุขภาพระยะยาว
  • ตรวจสอบวันหมดอายุ: เพื่อความปลอดภัย
  • เลือกยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ: ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานอาหาร
  • เลือกขนาดบรรจุที่เหมาะกับการบริโภคแต่ละครั้ง: เพื่อรักษาคุณภาพ
  • ตรวจสอบปริมาณจุลินทรีย์มีชีวิต (Probiotics): ให้เพียงพอต่อความต้องการ
  • ควรทานอย่างสม่ำเสมอและในปริมาณที่พอเหมาะ

แชร์วิธีการทำโยเกิร์ต ที่คุณสามารถเองได้ที่บ้าน!

 

รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตสามารถทำทานเองที่บ้านได้แบบง่าย ๆ โยเกิร์ต ประโยชน์สูงจากการทำเองที่บ้าน ควบคุมวัตถุดิบและปริมาณน้ำตาลได้ด้วยตนเอง เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพและต้องการโยเกิร์ตรสธรรมชาติ สรรพคุณที่ปลอดภัย

ส่วนผสมโยเกิร์ต มีอะไรบ้าง?

  • นมสดหรือนมพร่องมันเนย: เลือกสูตรที่เหมาะกับสุขภาพ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (เป็นหัวเชื้อ): เลือกสูตรที่ไม่มีน้ำตาล
  • น้ำตาลทรายแดง (ถ้าต้องการรสหวาน): ใส่เล็กน้อย
  • ผลไม้สด (ถ้าต้องการ): เพิ่มรสชาติและไฟเบอร์
  • ภาชนะสำหรับหมักโยเกิร์ต: เพื่อรักษาความสะอาดและรสชาติ

(ประโยชน์โยเกิร์ตจะชัดเจนหากเลือกใช้วัตถุดิบในการทำโยเกิร์ตที่ปลอดภัย)

ขั้นตอนการทำโยเกิร์ต

  1. ต้มและอุ่นนม: ต้มนมให้เดือดแล้วพักให้อุ่นลงเหลือประมาณ 45°C
  2. เติมหัวเชื้อโยเกิร์ต: คนให้เข้ากัน
  3. เทใส่ภาชนะ: ปิดฝาให้สนิท
  4. หมักในอุณหภูมิห้อง 6-8 ชั่วโมง: ให้จุลินทรีย์ทำงาน
  5. เก็บในตู้เย็น: เมื่อได้เนื้อข้นตามต้องการ
  6. เสิร์ฟพร้อมผลไม้หรือรับประทานเปล่า ๆ: เพื่อสุขภาพ

อ่านบทความนี้ >> วิธีแก้โยเกิร์ตเหลวแบบง่ายๆ จบปัญหาโยเกิร์ตไม่ข้น 

ข้อควรระมัดระวังในการรับประทานโยเกิร์ต

การทานโยเกิร์ตอาจมีข้อควรระวังในบางกรณีเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แม้โยเกิร์ต ประโยชน์มีมาก แต่ต้องเลือกให้เหมาะสม!

  • เลือกสูตรที่เหมาะกับตนเอง: คนที่แพ้นมควรเลือกสูตรปลอดแลคโตส
  • ไม่ควรทานเกินปริมาณที่แนะนำ: เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับน้ำตาลหรือไขมัน
  • ควรหลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลสูง: โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน
  • อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ: เพื่อดูปริมาณแคลเซียมและโปรตีน
  • ควรเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐาน
  • สังเกตอาการผิดปกติหลังรับประทาน: หากมีอาการผิดปกติควรหยุดรับประทานและปรึกษาแพทย์
  • ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาบางชนิด: หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ควรเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมและไม่เกินวันหมดอายุ

สรุป

ประโยชน์ของโยเกิร์ต คือจะให้สุขภาพที่ดีและปรับสมดุลให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลระบบขับถ่าย ควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกระดูกและฟัน หรือช่วยปรับสมดุลลำไส้ หากเลือกทานอย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับร่างกายแต่ละคน จะได้รับข้อดีของโยเกิร์ตครบทุกด้าน สำหรับคนที่กำลังมองหาโยเกิร์ตคุณภาพดี Butterfly Organic เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากใส่ใจตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าการเลือกโยเกิร์ตที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการและการดูแลตัวเองในแต่ละวัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประโยชน์ของโยเกิร์ต

ทานโยเกิร์ตทุกวัน ช่วยอะไร?

การกินโยเกิร์ตทุกวันช่วยเสริมสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับโปรตีน แคลเซียม และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งประโยชน์ของโยเกิร์ตในประเด็นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม

โยเกิร์ตควรกินเวลาไหนดีที่สุด?

การเลือกกินโยเกิร์ตในช่วงเช้า หรือช่วงก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารและสนับสนุนการทำงานของลำไส้ โยเกิร์ต ประโยชน์ของการกินในเวลาที่เหมาะสมจะยิ่งเห็นผลดีต่อสุขภาพ

โยเกิร์ตไม่เหมาะกับใคร?

ผู้ที่แพ้แลคโตสหรือโปรตีนจากนมวัว ผู้ป่วยโรคไต หรือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรหลีกเลี่ยงหรือเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเอง โยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและสภาวะสุขภาพ

โยเกิร์ตไม่ควรกินคู่กับอะไร?

ไม่ควรรับประทานโยเกิร์ตร่วมกับยาบางชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานคู่กับอาหารหรือขนมที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจลดข้อดีของโยเกิร์ตในแง่ควบคุมน้ำหนักและสุขภาพลำไส้

โรคอะไรที่ไม่ควรกินโยเกิร์ต?

ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตส ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานโยเกิร์ต หรือเลือกสูตรที่ปลอดภัย โดยควรขอคำแนะนำจากแพทย์

ควรกินโยเกิร์ตวันละกี่ถ้วย?

ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 1 ถ้วย (ประมาณ 100-150 กรัม) ต่อวัน ทั้งนี้ควรเลือกสูตรที่เหมาะสมและไม่เติมน้ำตาลส่วนเกิน เพื่อให้ได้ประโยชน์ของโยเกิร์ตสูงสุด

กินโยเกิร์ตยี่ห้อไหนดีที่สุด?

การเลือกยี่ห้อควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิต สูตรที่เหมาะกับร่างกาย (เช่น รสธรรมชาติ ไขมันต่ำ) และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต Butterfly Organic คืออีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ

ทําไมกินโยเกิร์ตแล้วท้องอืด?

บางคนอาจมีปัญหาการย่อยแลคโตสในโยเกิร์ต หรือแพ้โปรตีนจากนมวัว ทำให้เกิดอาการท้องอืด ควรเลือกโยเกิร์ตสูตรปลอดแลคโตส หรือสูตรที่เหมาะกับร่างกาย

โยเกิร์ตไขมันต่ําทําให้อ้วนไหม?

โยเกิร์ตไขมันต่ำโดยทั่วไปมีแคลอรี่น้อย เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก แต่ควรดูปริมาณน้ำตาลในฉลากโภชนาการด้วย เพื่อไม่ให้ข้อดีของโยเกิร์ตกลายเป็นผลเสีย

บทความเขียนโดย

Butterfly Organic

พร้อมสนับสนุนสุขภาพที่ดี และธุรกิจของคุณ

เราจำหน่ายนมและโยเกิร์ตออร์แกนิค
พร้อมให้บริการ OEM เครื่องดื่มแบรนด์นม
แบบครบวงจร ตั้งแต่สูตร การผลิต ไปจนถึงจัดส่ง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Privacy Policy และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Promotion Line Call