butterfly organic

นมออร์แกนิค คืออะไร?

สินค้าออร์แกนิคจาก BUTTERFLY

ธุรกิจผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิค (Butterfly Organic) ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2554 โดยจุดกำเนิดของแบรนด์เริ่มต้นจากคุณแอร์ (อาศยา ทรัพย์มนู) เริ่มจากที่ลูกชายของคุณแอร์มีอาการแพ้นมวัว จึงเริ่มหาข้อมูลและสาเหตุการแพ้ ทำไมถึงแพ้นมวัว? แพ้นมวัวแล้วกินอะไรแทนดี? 

จากการค้นคว้าหาข้อมูล เลยทราบมาว่า การแพ้นมวัว มีทั้งแบบแพ้โปรตีนในนมวัว แพ้น้ำตาลแลคโตส และแพ้สารเคมีต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนมาในน้ำนมวัวจากการเลี้ยงหรือการผลิต จึงอยากให้ลูกได้ดื่มนมวัวที่ปลอดสารเคมีจริง ๆ จะได้หายสงสัยว่าแพ้อะไรกันแน่ จนได้มาเจอฟาร์มโคนมที่ถูกใจ เลี้ยงแบบไม่มีการใช้สารเคมีจริง ๆ หรือที่เรียกว่าเลี้ยงแบบออร์แกนิค (อินทรีย์) โดยเอามาให้ลูกทดลองดื่มก่อน ปรากฏว่าลูกไม่แพ้ ไม่มีผื่นคัน สรุปว่าลูกไม่ได้แพ้โปรตีนนม ไม่ได้แพ้น้ำตาลแลคโตส แต่แพ้สารเคมีที่ปนเปื้อนมาจากการเลี้ยงโคนม

จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้น ของการทำนมออร์แกนิค และทำการพัฒนาต่อยอดในการคิดค้นและพัฒนาสูตรจนกลายมาเป็นแบรนด์ Butterfly ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าแบบออร์แกนิค  และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ (Butterfly Organic) ไม่ว่าจะเป็นนมโคแท้ออร์แกนิค โยเกิร์ตออร์แกนิค เครื่องดื่มน้ำนมจากพืช และ ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตจากน้ำนมพืช 

ปัจจุบัน Butterfly จึงมีสินค้ามากมายที่จำหน่ายบนห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำมากมาย

โดยจุดที่โดดเด่นของ BUTTERFLY จนผู้บริโภคสามารถสังเกตได้ก็คือ โลโก้รูปผีเสื้อตัวน้อยที่วาดโดยลูกชายของคุณแอร์ตอน 5 ขวบ ซึ่งผีเสื้อนี้ก็เป็นเครื่องหมายของความบริสุทธิ์ สวยงาม ปลอดภัย สุขภาพดี ที่พร้อมส่งต่อถึงมือผู้บริโภคด้วยความรักและใส่ใจในทุกขวด และทุกถ้วย ผ่านสินค้าภายใต้แบรนด์ BUTTERFLY นั่นเอง

ทำไมนมออร์แกนิค จากแบรนด์ BUTTERFLY ถึงแตกต่างกว่าแบรนด์อื่น ?

  • วัวที่เลี้ยงแบบกินหญ้า Grass Fed เท่านั้น
  • เป็นวัวที่กินหญ้าออร์แกนิค 100% (certified organic)
  • ไม่มีการใช้ยาปฎิชีวนะ หรือสารเคมีใด ๆ  ทั้งกับตัววัวและพื้นที่ในฟาร์ม 
  • เราปล่อยวัวให้เดินเล่นในทุ่งกว้าง  ไม่มีการกักขัง เพื่อให้วัวของเราได้มีสุขภาพแข็งแรง  อารมณ์ดี และมีความสุข
  • มีการตรวจสอบทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงและการผลิตไปจนถึงผลิตภัณฑ์ จากผู้เชี่ยวชาญของสถาบันมาตรฐานออร์แกนิค USDA (NOP)  และหน่วยงานตรวจสอบภายในของเราอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ

มาตรฐานฟาร์มออร์แกนิคแท้ต้องมีลักษณะเป็นยังไง

การตัดสินว่าฟาร์มไหนเป็นออร์แกนิคแท้ๆ นั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่การตรวจสอบฟาร์มที่เลี้ยงโคนม โดยฟาร์มโคนมออร์แกนิคนั้นจะมีกฎเหล็กที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่บริเวณที่ตั้งของฟาร์มว่า จะต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี มีอากาศสดชื่น โอบล้อมด้วยธรรมชาติ มีต้นน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลผ่าน โดยพื้นที่แถวนั้นจะต้องไม่เกิดจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำและต้องไม่ทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม

ดินบริเวณที่ตั้งก็จะต้องไร้สิ่งปนเปื้อนของสารเคมีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง สารกำจัดศัตรูพืช สารปรุงแต่ง และสารดัดแปลงพันธุ์กรรมทุกชนิด โดยค่าความสะอาดของดินจะต้องปลอดสารเคมีมายาวนานมากกว่า 3 ปีขึ้นไปและต้องตรวจทุก 6 เดือน – 1 ปี โดยการตรวจสอบการความเหมาะสมของพื้นที่ในการเลี้ยงโคนมออร์แกนิคจะต้องตรวจอย่างพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญ ดินต้องมีความสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้เหมาะกับการเพาะปลูกหญ้า หรือพืชที่ใช้เป็นอาหารวัว และต้องมีพื้นที่กว้างขวางให้วัวสามารถเดินได้ พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงวัวก็คือเฉลี่ย 3 ไร่ต่อวัว 1 ตัว

วัวที่เลี้ยงจะต้องเป็นวัวนมสายพันธุ์ดีเยี่ยมที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง มีสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงในสภาพอากาศร้อนชื้น ต้องไม่ป่วยเป็นโรค และไม่มีโรคติดต่อ โดยวัวสายพันธุ์ที่ทางแบรนด์ BUTTERFLY ใช้ในการผลิตน้ำนมก็จะมีหลักๆ อยู่ 3 สายพันธุ์ได้แก่ 

โคนมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซี่ยน (Holstein Friesian) หรือ “วัวขาวดำ”

 เป็นสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด จุดเด่นคือ เลี้ยงง่าย เพาะพันธุ์ง่าย และมีอัตราการให้น้ำนมสูง โปรตีนในน้ำนมสูง ปริมาณไขมันในน้ำนมวัวจะมีอยู่ประมาณ 3.0 – 3.5 เปอร์เซ็นต์

โคนมสายพันธุ์บราวน์สวิส (Brown Swiss) หรือ “วัวน้ำตาล”

สายพันธุ์นี้มีจุดเด่นคือ สามารถทนความร้อนได้ทำให้เลี้ยงในเขตอากาศร้อนชื้นหรือในประเทศไทยได้ดี น้ำนมมีโปรตีนสูง ปริมาณไขมันในน้ำนมวัวจะมีอยู่ประมาณ 4.0 เปอร์เซ็นต์

โคนมสายพันธุ์บราห์มัน (Brahman)

เป็นวัวที่เลี้ยงดูง่าย เติบโตได้ทุกสภาพอากาศ มีอัตราผลิตนมเยอะ มีโปรตีนสูง

ซึ่งแม่วัวของเรานั้นเป็นวัวที่ต้องได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีที่สุด เน้นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ คือ ให้วัวปล่อยให้เดินในฟาร์มได้อย่างเสรีโดยไม่กักขังบนผืนหญ้าออร์แกนิค อาหารที่เลี้ยงวัวเราก็จะเน้นให้วัวทานหญ้า-พืชออร์แกนิคที่เราปลูกเองทั้งหมดซึ่งสายพันธ์ุหญ้าที่เราเลือกให้วัวทานก็จะต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีโปรตีน-ไฟเบอร์สูง เช่น หญ้ากินนีสีม่วง (Purple Guinea Grass) หญ้าแพงโกล่า (Pangola Grass) หญ้ารูซี่ (Ruzi Grass) และกระถินอ่อน ที่อุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3 ที่ช่วยกระตุ้นให้แม่วัวผลิตนมที่ได้คุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้เรายังมีการพาวัวเดินเปลี่ยนแปลงหญ้าทุกๆ 10 วันเพื่อให้วัวสามารถได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

ฟาร์มออร์แกนิคของ BUTTERFLY

ที่ฟาร์มโคนมออร์แกนิคของเรา วัวสุขภาพดี แข็งแรงทุกตัว เพราะได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่น เดินเล่นทุกวันอาหารคัดสรรเป็นอย่างดี ปราศจากสารเคมี 100%

อาหารคัดสรรเป็นอย่างดี

วัวของเรากินหญ้าออร์แกนิค 100% ในฟาร์มเท่านั้น (Grass Fed) ไม่กินอาหารสัตว์สำเร็จรูป หรือวัตถุดิบที่มาจากแหล่งอื่น เพราะเสี่ยงกับการปนเปื้อนของสารพิษ ที่อาจติดมาจากกระบวนการผลิตหรือการจัดเก็บ

ดูแลความสะอาดอย่างพิถีพิถัน

เราเลือกวิถีธรรมชาติมาประยุกต์แทนการใช้สารเคมี
เช่น อาบน้ำแม่วัววันละ 2 ครั้งทุกวัน เพื่อให้สะอาด สดชื่น ผ่อนคลาย พร้อมรีดนม แทนการใช้สารเคมีทำความสะอาดวัว ใช้สมุนไพรในการพอกตัว ป้องกันเห็บแมลง ใช้ลูกประคบสมุนไพร ป้องกันการอักเสบของเต้านม

สิ่งแวดล้อมเป็นธรรมชาติ

ปราศจากสารเคมี 100% มั่นใจได้ว่าวัวมีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างอย่างแน่นอน

สายพันธ์วัวแข็งแรง

วัวเป็นสายพันธ์ที่แข็งแรง เหมาะกับการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ชอบที่จะหาอาหารกินเอง เดินเล่นเล็มหญ้า ชอบแดดชอบฝน เจ็บป่วยยาก

ผลที่ได้จากการเลี้ยงวัวในฟาร์มออร์แกนิคของ BUTTERFLY

ผลที่ได้จากการเลี้ยงวัวแบบธรรมชาติ ทำให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสูง ปราศจากสารเคมีตกค้าง
มีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงกว่าน้ำนมทั่วไป ทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

น้ำนมอร่อย รสชาติอ่อนโยน

ดื่มได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลกับการปนเปื้อนของสารเคมี เพราะมาจากฟาร์มที่ถูกตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการใช้สารเคมีจริง ๆ

น้ำนมที่มีคุณค่าทางสารอาหาร

ได้น้ำนมที่มีค่า Omega3 และ CLA (Conjugated Linoleic acid) สูง จากการที่วัวกินหญ้าแบบ Grass Fed

ได้ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผืนดิน แหล่งน้ำ และธรรมชาติ ให้มีความสะอาดสมบูรณ์ ปราศจากสารพิษและสารเคมี

นมจากแบรนด์ Butterfly Organic ได้รับมาตรฐานออร์แกนิคสากล (USDA) หนึ่งเดียวในไทย

USDA ย่อมาจาก U.S. Department of Agriculture หมายถึงตรารับรองอาหารและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของสหรัฐอเมริกา โดยเกณฑ์มาตรฐานที่ USDA รับรองให้เป็นสินค้าประเภท Organic แท้ๆ นั้นจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
  • วัตถุดิบจะต้องไร้สิ่งปนเปื้อนทุกชนิด พืชต้องปลูกด้วยดินที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยมูลสัตว์ สารกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลงทุกชนิด การฉายรังสี และไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม
  • สำหรับฟาร์มปศุสัตว์ สัตว์จะต้องไม่ถูกกักขัง ขังกรง และจำกัดอิสรภาพในการเคลื่อนย้ายหรือเคลื่อนที่ จะต้องปล่อยอย่างเสรีสามารถเข้าถึงอาหารและน้ำจืดได้ไม่จำกัดตลอดวงจรการผลิต 
  • อาหารสัตว์ประเภทหญ้า สำหรับสัตว์ที่ต้องทานหญ้าอย่างโคนมจะต้องได้รับจาก สารอาหารจากหญ้าออร์แกนิคเป็นหลัก และสามารถเดินไปทานหญ้าได้เองอย่างอิสระ ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ ยาเร่งฮอร์โมน ยาเร่งน้ำนม การขยายพันธุ์วัวจะต้องไม่ผ่านการผสมเทียม ต้องผสมแบบธรรมชาติเท่านั้น

โดยมาตรฐาน USDA ได้กำหนดการรับรองความเป็น Organic ออกเป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1 หมายถึง ความเป็น Organic ไม่น้อยกว่า 95% สินค้าใดที่ได้รับมาตรฐานนี้จะได้การรับรองโดยตรงและสามารถประทับตรา USDA Organic บนสินค้าเพื่อรับรองว่าเป็นสินค้า Organic ที่แท้จริง

ระดับที่ 2 หมายถึง ความเป็น Organic ต่ำกว่า 95% แต่ไม่น้อยกว่า 70% สินค้าใดที่ได้รับมาตรฐานนี้จะไม่ได้ประทับตรา USDA Organic และต้องใช้คำว่า Made with Organic Ingredients บนสินค้าเท่านั้น

ระดับที่ 3 หมายถึง ความเป็น Organic ตํ่ากว่า 70% จะใช้คำว่า Some Organic Ingredients เท่านั้น

ซึ่งสำหรับสินค้าของ Butterfly ไม่ว่าจะเป็นนมโคออร์แกนิค โยเกิร์ตแบบคงตัว หรือโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ต่างก็ได้รับมาตรฐาน USDA ระดับที่ 1 ซึ่ง Butterfly เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย และหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระบวนการผลิตนมแบบออร์แกนิค

สำหรับขั้นตอนการผลิตสินค้า Butterfly Organic ภายใต้แบรนด์ Butterfly มีการคัดเลือกและควบคุม เพื่อให้ได้น้ำนมออร์แกนิคที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ คัดเลือก และดูแลแม่วัวอย่างพิถีพิถัน น้ำนมออร์แกนิคที่รีดได้จะถูกทำให้เย็นทันทีหลังรีด เพื่อคงความสดของน้ำนมวัวไว้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพาสเจอร์ไรส์ก็จะต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำนมก่อนทุกครั้งว่ามีระดับโปรตีนในนมเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ในกรณีที่น้ำนมรอบนั้นมีความเข้มข้นน้อยกว่าระดับมาตรฐานฟาร์ม เราจะยกเลิกสินค้ารอบนั้น ๆ ทันที

จากประวัติการผลิตนมออร์แกนิค ของ BUTTERFLY เราเคยมีการยกเลิกรอบน้ำนมอยู่ 2 ครั้ง โดยทั้งสองครั้งจะเกิดจากสาเหตุหลักคือ วัวดื่มน้ำมากเกินไป

เหตุการณ์ที่ 1  คือ เกิดจากช่วงนั้นมีอากาศร้อนจัด ทำให้วัวกระหายน้ำมากกว่าปกติ น้ำนมเลยจางกว่าปกติ 

เหตุการณ์ที่ 2 คือ ช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักและติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน  เมื่อวัวออกไปกินหญ้าเลยทำให้กินน้ำค้างที่ติดกับหญ้าเข้าไป จึงทำให้น้ำนมจางกว่ามาตรฐาน

ในส่วนโรงงานผลิต เราก็มีการใส่ใจเป็นพิเศษด้านความสะอาด ทั้งฆ่าเชื้อ มีการควบคุมคุณภาพการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานการผลิตที่ดี GHPs HACCP มีการควบคุมคุณภาพขนส่งแบบ Cold Chain Logistic ควบคุมอุณหภูมิการขนส่งที่ไม่เกิน 6 องศาเซลเซียส โดยรถห้องเย็นของบริษัทฯ หรือบริษัทขนส่งเอกชนส่งตรงถึงผู้บริโภคและสถานที่จัดจำหน่ายอย่างใส่ใจที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า