butterfly organic

ระบบขับถ่ายไม่ดี กินอะไร โยเกิร์ตที่มีพรีไบโอติกส์ช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือ ?

สารบัญบทความ

โยเกิร์ตที่มีพรีไบโอติกส์ มักเป็นสิ่งแรกๆ ที่เรามักจะนึกถึงเมื่อเกิดปัญหาระบบขับถ่าย ไม่ว่าจะเป็นท้องผูก หรือ ท้องเสีย เราต่างทราบกันดีว่าผลิตภัณฑ์นม เช่น นมเปรี้ยว หรือ โยเกิร์ต ก็ต่างช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง โยเกิร์ตพรีไบโอติกส์ หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าโยเกิร์ตชนิดนี้คืออะไร เพราะมีความคล้ายกับคำว่า โพรไบโอติกส์ ซึ่งจุลินทรีย์ทั้ง 2 ตัวนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันไหม ดังนั้น ในบทความนี้ Butterfly Organic จึงมีคำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้มาฝากกัน แต่ก่อนอื่นเรามาทำการศึกษากันก่อนดีกว่าว่าปัญหาระบบขับถ่ายที่คนเรามักต้องจอ มีอะไรบ้าง ?

ปัญหาระบบขับถ่ายที่เราต้องเจอมีอะไรบ้าง?

หนึ่งในปัญหาหนักอกเมื่อสูงอายุ ถ้าไม่ใช่เรื่องการกิน ก็หนีไม่พ้นเรื่องการขับถ่าย มีข้อมูลงานสำรวจประชากรที่น่าสนใจว่า ภาวะการท้องผูกเริ่มพบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยผู้หญิงมักจะมีปัญหาท้องผูกมากกว่าผู้ชาย ภาวะท้องผูกยังพบมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจว่า เรื่องท้องไส้เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุมาปรึกษาคุณหมอบ่อยๆ ท้องผูกเรื้อรังไม่เพียงแต่ทำให้ไม่สบายตัว เกิดความเครียดแล้ว ยังทำให้เกิดริดสีดวงทวาร เลือดออกในลำไส้ใหญ่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ปัญหาการขับถ่ายที่มักพบบ่อย เช่น

ท้องผูก

อาการที่ลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้า ไม่สามารถกำจัดอุจจาระออกจากทางเดินอาหารได้ตามปกติ เกิดการตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานาน เมื่อร่างกายมีการดูดน้ำในอุจจาระกลับ ทำให้อุจจาระมีลักษณะแห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ ส่งผลให้ขับถ่ายได้ลำบาก

ท้องเสีย

อาการของโรคที่พบได้บ่อย จะมีการถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายบ่อยกว่าปกติของแต่ละคน หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด 1 ครั้งหรือมากกว่านั้นภายใน 24 ชั่วโมง ในบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อ่อนเพลีย รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว และมีไข้

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหาระบบขับถ่ายเหมือนกัน แต่ทั้ง 2 ปัญหานี้มีอาการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังมิวายที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้ที่มักมีปัญหาการขับถ่ายดังกล่าวควรเร่งหาวิธีในการบรรเทาอาหารเหล่านี้ให้ดีขึ้นก่อนที่จะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายที่หนักเกินไป

“ปรับสมดุลระบบขับถ่าย” ทางออกของปัญหาท้องผูก ท้องเสีย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นปัญหา  ท้องผูก หรือ ท้องเสีย ก็มักจะเกิดจากการทำงานที่ไม่สมดุลของระบบขับถ่ายทั้งสิ้น หากไม่เร่งแก้ไข ปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรัง จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น มีสารพิษตกค้างในร่างกาย เป็นริดสีดวงทวาร ลมหายใจมีกลิ่น มีปัญหาเรื่องผิวพรรณรูขุมขนใหญ่ และในระยะยาวเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามในใจว่าคุณเข้าข่ายผู้มีปัญหาท้องผูกหรือเปล่า และควรทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือการปรับพฤติกรรมการรับประทาน และหาตัวช่วยอย่างจุลินทรีย์ชนิดดีเพื่อช่วยระบบการขับถ่ายและปรับสมดุลของระบบนี้ให้ดีขึ้น ซึ่งจุลินทรีย์ที่ว่าก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล แต่เป็น จุลินทรีย์ พรีไบโอติกส์ และ โพรไบโอติกส์ ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

พรีไบโอติกส์ ช่วยอะไร

พรีไบโอติกส์ (Prebiotic) เป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร พบได้ในอาหารหลายชนิด พบมากในผัก เช่น เมล็ดธัญพืชบางชนิด แอปเปิล กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และ กระเทียม มีหน้าที่ในการช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แลคโตบาซิลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย ที่สามารถทนต่อน้ำย่อย กรด ด่าง ในกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ

โพรไบโอติกส์ ช่วยอะไร

โพรไบโอติกส์มีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร อาการลำไส้แปรปรวน, กรดไหลย้อน, ท้องผูก, ท้องร่วงจากการติดเชื้อ, ท้องร่วงอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน, ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

แก้ท้องผูกด้วยวิธีธรรมชาติ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

การใช้ยาระบายหรือยาสวนเป็นทางออกที่หลายคนเลือกใช้ เพื่อแก้ไขการท้องผูก แต่นั่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ หลายคนพึ่งยาระบายหรือยากสวนเป็นประจำจนร่างกายติด ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการเลือกใช้วิธีธรรมชาติจะดีที่สุด โดยมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร่างกายผู้สูงอายุจะสูญเสียน้ำในร่างกายง่ายกว่า เพราะผิวหนังและชั้นไขมันบางลง จึงเสี่ยงต่อการได้รับน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยทำให้ท้องผูก โดยทั่วไปคนเราต้องการน้ำประมาณ 8-10 แก้ว (ขนาด200ml) ต่อวัน แต่ถ้าอากาศร้อนหรือมีไข้ อาจต้องการเพิ่มมากกว่านั้น นอกจากการดื่มน้ำแล้ว การกินอาหารหรือของว่างที่มีน้ำ เช่น ซุป ผลไม้ปั่น โยเกิร์ต เยลลี่ หรือคัสตาร์ด เป็นต้น4 เป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยทำให้ได้รับน้ำได้เพียงพอในแต่ละวัน

กินอาหารที่มีใยอาหารสูงให้หลากหลาย

อาหารที่ให้ใยอาหารสูงได้แก่ผัก ผลไม้ ธัญพืช และผลไม้แห้งบางชนิด ปริมาณที่แนะนำให้ผู้สูงอายุทานต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดีมีดังนี้ ธัญพืช ประมาณ180 กรัม ให้ครึ่งหนึ่งเป็นธัญพืชชนิดไม่ขัดขาว ผักสีเขียว/สีส้ม 2 ถ้วยตวง โดยควรปรุงสุกและนิ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเคี้ยวและการย่อย กินผลไม้ที่หลากหลาย 1 ถ้วยตวง และเสริมด้วยผลไม้แห้งที่นิ่มๆ เช่นลูกพรุน เป็นต้น

กินอาหารที่มีพรี-โพรไบโอติกส์

การกินใยอาหารอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องรักษาสมดุลจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ด้วย จึงจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ พรี-โพรไบโอติกส์คือชื่อเรียกกลุ่มจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ที่จะย่อยใยอาหารชนิดพรีไบโอติกส์ และให้กรดไขมันชนิดที่เป็นพลังงานแก่เซลล์ลำไส้โดยตรง ลำไส้ใหญ่จึงแข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติ พรี และ โพรไบโอติกส์ชนิดที่ปลอดภัยและใช้ในอาหาร ได้แก่ แล็คโทบาซิลลัส พบได้ในพวกโยเกิร์ต นมเปรี้ยว และผลิตภัณฑ์นมเสริมโภชนาการครบถ้วนบางชนิด แต่ต้องเลือกที่ระบุว่ามีจุลชีพที่มีชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่เป็นแค่ผลิตภัณฑ์จากการใช้เชื้อแล็คโทบาซิลลัสในกระบวนการผลิต การกินโพรไบโอติกส์ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายอีกด้วย โดยนักวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่กินอาหารเสริมใยอาหารพรีไบโอติกส์และจุลินทรีย์สุขภาพชนิด แล็คโทบาซิลลัส พาราคาเซอิ (Lactobacillus Paracasei) มีภูมิคุ้มกันที่ดี และติดเชื้อน้อยกว่า

“โยเกิร์ต” ตัวช่วยคนสำคัญที่มีจุลินทรีย์ทั้ง พรี-โพรไบโอติกส์สูง

เป็นที่ทราบกันดีว่าโยเกิร์ตนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่าย โยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่ดีต่อลำไส้จึงสามารถช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นภายในลำไส้ทำให้ขับถ่ายคล่องในทุก ๆ เช้า แล้วโยเกิร์ตยังช่วยแก้อาการท้องเสีย การติดเชื้อบริเวณลำไส้ได้อีกด้วย อีกทั้งแลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ต เป็นจุลินทรีย์ที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะไปช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ ลดการอักเสบของลำไส้ ยังมีผลการวิจัยว่าคนที่กินโยเกิร์ตเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่เจ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะได้รับความนิยมในทุกๆ ครัวเรือน

พรีไบโอติกส์ในโยเกิร์ต ทำงานอย่างไร กินยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด

โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีจุลินทรีย์หลายพันล้านตัวที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และที่ที่สามารถพบได้มากที่สุดคือ “ในลำไส้”  ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารในลำไส้ ช่วยดูดซึมวิตามินและเกลือแร่บางตัว เช่น วิตามินเค วิตามินบี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย หากปราศจากจุลินทรีย์ในลำไส้แล้ว ระบบย่อยอาหารของเราก็อาจจะเกิดปัญหา เราจึงต้องเสริมเชื้อจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย ซึ่งก็คือ “โพรไบโอติกส์” และ “พรีไบโอติกส์” นั่นเอง

“โพรไบโอติกส์”  พบในลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่สร้างกรดแล็กติก เช่น แล็กโทบาซิลลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย  นอกจากนั้น โพรไบโอติกส์ยังพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารหมัก เช่น นมเปรี้ยว แหนม หรือกิมจิ เป็นต้น ส่วน “พรีไบโอติกส์” เป็นสารที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของ “โพรไบโอติกส์” อีกทีหนึ่ง คือเป็นอาหารของ “โพรไบโอติกส์” ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว “พรีไบโอติกส์” จะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ก็เลยเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้

สำหรับประโยชน์ของโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ก็จะคล้ายๆ กัน คือ ช่วยลดอาการท้องผูก ป้องกันและลดอาการของโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้นั่นเอง วิธีรับประทานพรีไบโอติกส์ในโยเกิร์ตให้ถูกต้องคือ ควรรับประทานพรีไบโอติกส์ก่อนอาหาร หรือระหว่างมื้อ เนื่องจากโพรไบโอติกส์จะถูกทำลายได้ด้วย น้ำย่อย แอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิด ช่วงก่อนอาหารกระเพาะจะมีความเป็นกรดต่ำ ส่งผลให้โพรไบโอติกส์ถูกทำลายจากน้ำย่อยลดลง

โยเกิร์ตพร้อมดื่ม มีพรีไบโอติกส์ไหม แก้ปัญหาการขับถ่ายได้เหมือนกันหรือเปล่า?

โยเกิร์ตพร้อมดื่มหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “นมเปรี้ยว” คือ นมสดที่นำมาหมักด้วยจุลินทรีย์สุขภาพ 2 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ แล็กโทบาซิลลัส บัลแกริคัสและเสตรปโทค็อกคัส เทอร์โมฟิลลัส จุลินทรีย์ทั้งสองตัวนี้จะช่วยย่อยสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำนมให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและรวดเร็ว โดยผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มักมาจากการนำโยเกิร์ตที่ได้มาผสมน้ำผลไม้เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือ ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ตแบบใด แบบพร้อมดื่ม หรือพร้อมตัก ก็จะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งในปัจจุบันก็มีโยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ หรือ ทั้งพรี-โพรไบโอติกส์ วางจำหน่ายแล้วตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งแม้จะเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย แต่ก็ต้องเลือกทานอย่างระวัง เพราะมิเช่นนั้นก็อาจส่งผลเสียได้ ดังนั้น ผู้บริโภคควรเลือกทานให้ดีและเหมาะกับตนเอง

นมเปรี้ยวโยเกิร์ตพร้อมดื่ม จาก Butterfly Organic

ที่ฟาร์มของเรานั้นเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนแบบออร์แกนิก หรือ แบบไร้สารเคมีตกค้าง โดยผ่านการให้น้ำนมจากแม่วัวที่ถูกเลี้ยงตามธรรมชาติอย่างแท้จริง จนทำให้ฟาร์มของเราได้รับความไว้วางใจจนได้รับการการันตีด้วยมาตรฐาน USDA จากองค์กรตรวจสอบสินค้าเกษตรจากสหรัฐและได้รับความไว้ใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ซึ่งนมเปรี้ยวโยเกิร์ตพร้อมดื่มก็ถือเป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์จากฟาร์มของเราที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคเสมอมา

โดย นมเปรี้ยวโยเกิร์ตพร้อมดื่ม จาก Butterfly Organic ที่มีจุดเด่น…

  • ผลิตจากนมออร์แกนิคเต็มมันเนย เจือความหอมด้วยกลิ่นวานิลาธรรมชาติและหวานเบาๆอย่างกลมกล่อมด้วยน้ำตาลออร์แกนิค
  • มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ ( Probiotic )และจุลินทรีย์มีชีวิต (Live Yogurt Cultures) ตั้งต้นที่ 20,000ล้านตัว ต่อโยเกิร์ตขนาด 200 มล.
  • เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ประกอบด้วย : Bifidobacterium, Lactobacillus acidophilus, Lactobacillus delbrueckii subsp. bulgaricus, Streptococcus thermophilus
  • ไม่มีการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่างๆ เช่น สารเพิ่มความหนืด, สารเพิ่มความคงตัว ฯลฯ
  • ไม่มีการผสมนมผง หรือน้ำ จึงเข้มข้น หอมมัน จากรสชาติของโยเกิร์ตจริงๆ

ซึ่งนอกจากฟาร์ม Butterfly Organic ของเราจะมุ่งเน้นการพัฒนานมออร์แกนิค (Organic Milk) โยเกิร์ตออร์แกนิค ( Organic Yogurt) ที่ได้รับการรับรองจากสากลแล้ว เรายังใส่ใจในคุณค่าทางด้านอาหารของผลิตภัณฑ์ของเราทุกขวด ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่านมหรือโยเกิร์ตจากฟาร์มของเรานั้นจะสามารถเป็นผู้ช่วยในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจสั่งสินค้าและดูสินค้าเพิ่มเติม สามารถติดตามผ่านไลน์ได้ที่นี่ (คลิก)

คำถามที่พบบ่อย

ระบบขับถ่ายไม่ดี กินอะไรดี

นอกจากอาหารที่มีจุลินทรีย์อย่าง นมเปรี้ยว โยเกิร์ตแล้ว ผู้บริโภคควรทานอาหารที่มีใยอาหารสูง ใยอาหารพบมากในผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก: ผักทุกชนิด เช่น บร็อคโคลี่ แครอท ถั่วฝักยาว อาร์ติโชค (แก่นตะวัน) หน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม ผลไม้: ผลไม้ทุกชนิด เช่น ฝรั่ง มะขามหวาน กล้วย ลูกพรุน เบอร์รี่ แอปเปิล มะละกอ แก้วมังกร เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ระบบการทำงานของการขับถ่ายดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาถ่าย

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า