butterfly organic

โยเกิร์ตออร์แกนิค VS โยเกิร์ตทั่วไป รสชาติและรสสัมผัสที่ขึ้นกับฤดูกาล

โยเกิร์ตออร์แกนิค เรียกได้ว่าในปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักกับโยเกิร์ตชนิดนี้อีกแล้ว เพราะได้ชื่อว่าเป็นโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคหลายๆ กลุ่ม เนื่องจากหลังการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 หลายๆ คนหันมาสนใจในการรักษาสุขภาพมากขึ้น เรื่องการเลือกรับประทานอาหารจึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เทรนด์การเลือกของออร์แกนิคกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ซึ่งในบทความนี้ Butterfly Organic ก็ได้นำ “โยเกิร์ต” จากระบบออร์แกนิคมานำเสนอให้ผู้อ่านได้ลองศึกษากันว่ามันคืออะไร ต่างจากโยเกิร์ตทั่วไปยังไง และมีประโยชน์อะไรบ้าง ?

Organic Yogurt คืออะไร
แตกต่างจากโยเกิร์ตทั่วไปยังไง และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

โยเกิร์ต คือ นมหมักที่นิยมกินกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกอย่างยาวนานและเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกนอกเหนือจากนมสด โยเกิร์ตมีหลากหลายแบบ รสชาติแตกต่างกันจากนมที่นำมาหมัก ไม่ว่าจะนมวัว นมแพะ นมม้า นมถั่วเหลือง หรือนมมะพร้าว

โดยเมื่อเป็นโยเกิร์ตแบบออร์แกนิค สิ่งที่ทำให้ต่างจากโยเกิร์ตอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ กรรมวิธีการผลิต ที่โยเกิร์ตแบบออร์แกนิคนั้นถูกผลิตตามกรรมวิธีตามธรรมชาติ ไร้สารเคมี ดังนั้นจึงแปลได้ว่า โยเกิร์ตแบบออร์แกนิคจะไม่มีสารเคมีเจือปน เช่น สารกันบูด การผสมนมผง หรือการแต่งรส สี เลียนแบบธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งรวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่มีมากกว่าด้วย

“โยเกิร์ตธรรมชาติ” โยเกิร์ตที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพในยุคปัจจุบัน

โยเกิร์ตจากธรรมชาติ คือ โยเกิร์ตที่ผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง และต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากลหรือที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ในปัจจุบันหลายๆ ฟาร์มจึงพยายามที่จปรับปรุงกรรมวิธีตั้งแต่การเลี้ยงวัว การปลูกพืชต่างๆ รวมถึงขั้นตอนการผลิตที่ต้องไร้สารเคมีเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากการรับประทาน และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ สรรพคุณ ต่อร่างกาย มีอะไรบ้าง?

โดยปกติแล้วสรรพคุณหลักๆ ของโยเกิร์ตที่เราทุกคนทราบกันดีนั่นคือการช่วยในเรื่องของการขับถ่าย การทำงานของลำไส้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในโยเกิร์ตนั้นมีจุลินทรีย์หลายตัวที่ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น

ซึ่งโยเกิร์ตแบบออร์แกนิค หรือ โยเกิร์ตจากธรรมชาติ ตัวนี้ก็มีสรรพคุณเช่นนี้ไม่ต่างกัน แต่ประโยชน์ที่มีความโดดเด่นอีกอย่างนั่นก็คือ ไม่เพิ่มน้ำตาล ไม่มีสารปรุงแต่ง และไม่มีนมผง หรือหากจะให้กล่าวง่ายๆ เลยก็คือจะให้รสชาติที่ธรรมชาติเหมือนเพิ่งออกจากฟาร์มมาเพียวๆ ดังนั้นจึงส่งผลให้โยเกิร์ตแบบออร์แกนิคมีแคลอรีและไขมันที่ต่ำกว่าแบบทั่วไปอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้ที่ทานอาหารเพื่อสุขภาพ และผู้สูงอายุ

โยเกิร์ตมีรสอะไรบ้าง และมีสูตรไหนที่น่าสนใจ?

โยเกิร์ตจากออร์แกนิคนั้นสามารถแบ่งออกได้หลายสูตร หลายรสชาติ เช่น

โยเกิร์ตธัญพืช

จากการบริโภคเจและการบริโภคมังสวิรัติเป็นแนวทางใหม่ที่ได้รับความนิยม และรวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารมังสวิรัติและอาหารที่มีผักและธัญพืชเป็นหลักจึงทำให้เกิดการผลิตโยเกิร์ตประเภทนี้ขึ้น โดยมักทำมาจากธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต (Oat) ถั่วเหลือง (soy) อัลมอนด์ (almond) เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความ : นม-โยเกิร์ต จากแพลนต์เบส ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ)

โยเกิร์ตไม่มีน้ำตาล

จากที่กล่าวไปว่าส่วนใหญ่แล้วโยเกิร์ตทั่วไปจะมีการเลียนแต่งกลิ่น หรือเพิ่มน้ำตาลบ้างเพื่อให้รสชาติของโยเกิร์ตมีความหลากหลายมากขึ้น  อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีหลายๆ แบรนด์ที่ผลิตโยเกิร์ตไม่มีน้ำตาล เพื่อตอบโจทย์คนที่อยากควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น

โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่มีน้ำตาล

เป็นอีกสูตรหนึ่งที่มีความชัดเจนว่าเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หลายๆ คนอาจคิดว่าหากอยากจะลดหุ่น แค่ทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเท่านั้นก็น่าจะพอ แต่ที่จริงแล้วก็มีบางแบรนด์ที่ยังใสน้ำตาลอยู่ ดังนั้นการเลือกสูตร ไม่มีน้ำตาล จึงดีที่สุด

วิธีเลือก “โยเกิร์ตรสธรรมชาติ” ให้ถูกต้อง

นอกจากการเลือกยี่ห้อแล้ว ก็มีอีกหลาปัจจัยสำหรับการเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติในการรับประทาน เช่น

1.เลือกตามประเภทของเนื้อโยเกิร์ต

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับโยเกิร์ตที่มีลักษณะเป็นของเหลวข้น ๆ ที่จัดเป็นโยเกิร์ตชนิดกวน แต่นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีโยเกิร์ตชนิดคงตัวและโยเกิร์ตพร้อมดื่มอีกด้วย  ซึ่งทั้ง 3 ชนิดก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป

  • โยเกิร์ตชนิดคงตัว (Set Yogurt)

เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเห็นโฆษณาโยเกิร์ตชนิดนี้ผ่านตากันบ้างแล้ว โดยเป็นรูปแบบของโยเกิร์ตที่มีผิวหน้าเรียบ ลักษณะคล้ายเนื้อพุดดิ้งที่เวลาตักขึ้นมาจะยังคงจับตัวเป็นก้อน มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น จะเปิดทานเดี่ยว ๆ หรือจะโรยธัญพืชเพิ่มความกรุบกรอบก็ได้

  • โยเกิร์ตชนิดกวน (Stirred Yogurt)

สำหรับโยเกิร์ตชนิดกวนที่มีกรรมวิธีการผลิตที่คล้ายกับโยเกิร์ตชนิดคงตัว เพียงแต่แบบกวนนั้นหลังจากขั้นตอนการทำให้เย็นเพื่อหยุดกระบวนการหมักแล้ว จะมีการกวนเนื้อโยเกิร์ตให้เข้ากันก่อนที่จะทำการเทลงบรรจุภัณฑ์ นิยมนำมาใช้เป็นน้ำสลัดใส่ในผลไม้ หรือนำมาปั่นกับผลไม้เป็นสมูทตี้

  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม (Drinking Yogurt)

ถือเป็นโยเกิร์ตอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอาโยเกิร์ตหมักแล้วมาทำการเจือจางและปรุงแต่งกลิ่น รสและสี จึงทำให้เนื้อโยเกิร์ตมีลักษณะเหลวจนสามารถดื่มได้ มักอยู่ในรูปแบบของรสผลไม้เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค

2.เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติตามสูตร

จากที่กล่าวไปว่าอีกสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจในการเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ คือ การเลือกสูตรที่เน้นชัดเจนว่ามีไขมันต่ำ มีน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาลเลยจะดีที่สุด เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่มีน้ำตาล ทานแล้วไม่อันตรายทำให้เผลอทานเกินปริมาณที่จำเป็น ดังนั้นควรระวังและเลือกสูตรตามเหมาะสม

ทำไมรสชาติโยเกิร์ตแบบออร์แกนิคจึงขึ้นอยู่กับ “ฤดูกาล”?

เพราะการดูแลแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิคต้องอาศัยความประณีต ใจเย็น ไม่เร่งรัดฝืนธรรมชาติ ถ้าเป็นนมจากสัตว์มักมีการเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินตามทุ่งหญ้าสดที่ปลูกเอง วัวควายแพะเหล่านั้นได้ออกกำลังกายไม่อุดอู้แบบบรรยากาศอุตสาหกรรม

ส่งผลให้ออกผลผลิตได้น้อยกว่า และรสชาติแตกต่างกันบ้างในแต่ละขวด เพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติ อุณหภูมิในการหมัก รวมถึงตัวของวัวเองด้วย โดยปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้โยเกิร์ตแบบออร์แกนิคไม่เหมือนผลิตภัณฑ์นมทั่วไปที่รสชาติเหมือนกันในทุกๆ ขวดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโยเกิร์ตแบบออร์แกนิคนั้นมีประโยชน์มากมายไม่แพ้โยเกิร์ตทั่วไปเลยทีเดียว แต่สิ่งสำคัญนอกจากการเลือกซื้อโยเกิร์ต คือผู้บริโภคต้องทราบวิธีการรับประทานอย่างถูกต้องด้วย เพื่อที่จะให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด และไม่ได้รับผลข้างเคียงอื่นๆ ด้วย

โยเกิร์ตออร์แกนิค จาก Butterfly Organic

โยเกิร์ตออร์แกนิคของเรา ไม่ใช่แค่… วัวที่เลี้ยงแบบกินหญ้า Grass Fed เท่านั้น) แต่เป็นวัวที่กินหญ้าออร์แกนิค 100% (certified organic) ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือสารเคมีใดๆ ทั้งกับตัววัวและพื้นที่ในฟาร์ม เราปล่อยวัวให้เดินเล่นในทุ่งกว้าง ไม่มีการกักขัง เพื่อให้วัวของเราได้มีสุขภาพแข็งแรง อารมณ์ดี เพื่อให้ผลผลิตดีตามไปด้วย จนเราได้รับการปิดฉลากจากมาตรฐานออร์แกนิค USDA (NOP) องค์กรที่ดูแลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าโยเกิร์ตของเราปลอดภัย ไร้สารเจือปน ส่งตรงมาจากฟาร์มอย่างแน่นอน (สามารถสั่งสินค้าผ่าน LINE OFFICIAL Butterfly Organic ได้แล้ววันนี้ )

FAQ : คำถามที่พบบ่อย

โยเกิร์ตธรรมชาติดียังไง

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่แต่งสี ขาวนวล เนื้อข้น มีรสเปรี้ยวและไม่หวานนี้ ดีต่อสุขภาพมาก เพราะมีแบคทีเรียดี ๆ ที่ยังมีชีวิต กลุ่มที่ผลิตกรดแลกติก และมีคุณค่าทางอาหารสูง และการบริโภคทุกวันช่วยทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วย

กินโยเกิร์ตทุกวันดีไหม

คำตอบคือ ดี เพราะการกินโยเกิร์ตทุก ๆ วันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย ดังนั้น โปรไบโอติกส์สำคัญมาก ๆ เพราะมันช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันไปจนถึงระดับเซลล์ ซึ่งจะปกป้องคุณจากไวรัส ปรสิต และมะเร็ง คุณจะได้มีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและปริมาณที่รับประทานด้วย

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า