butterfly organic

แยกให้ชัด ความแตกต่างระหว่าง oem และ odm สำหรับทำแบรนด์

สารบัญบทความ

หากคุณสงสัยว่าอยากมีแบรนด์ OEM ต้องเริ่มยังไง  เบื้องต้นคุณควรจะทราบว่า odm และ oem คืออะไร บทความของเราจะอธิบายตัวอย่างการผลิตแบบ oem และแบบ odm มาให้ได้ศึกษา พร้อมอธิบายให้ทำความเข้าใจ realoem ย่อมาจากคำว่าอะไร และมีความสำคัญอย่างไร รวมถึงประเด็นการขอฮาลาล oem รวมถึงอธิบายว่าการจ้างผลิต oem เป็นกลยุทธ์ช่วยธุรกิจได้อย่างไร ขั้นตอนการทำ oem และ odm แตกต่างกันอย่างไร ทั้งทั่วไปและในเชิงกฎหมาย oem สุดท้ายเราจึงจะมาตอบคำถามที่พบบ่อยคือ oem ข้อดี ข้อเสียมีอะไรบ้าง รวมถึงของ oem ดีไหม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของคุณ บทความของเราจึงตอบโจทย์ในเรื่องที่นักธุรกิจมือใหม่อาจไม่เคยทราบมาก่อน

นักธุรกิจมือใหม่ต้องรู้ odm และ oem คืออะไร

แนะนำให้นักธุรกิจมือใหม่รู้จักรูปแบบการผลิตแบบ oem เพื่อให้เข้าใจและตัดสินใจในการเลือกนำเสนอผลิตภัณฑ์ว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับกลุ่มสินค้าของตน

1. ODM (Original Design Manufacturer – ผู้ผลิตออกแบบต้นแบบ)

ODM คือบริษัทหรือผู้ผลิตที่มีความสามารถในการออกแบบและผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ในกรณีนี้ความเข้าใจในความต้องการของสินค้าที่ต้องการผลิตจะเป็นสิ่งสำคัญ โดยลูกค้าจะมอบหมายให้ ODM ด้านการออกแบบ สามารถใส่แบรนด์ของตนลงไปบนสินค้าที่ ODM ผลิต เพื่อนำเสนอในตลาด

ตัวอย่างการผลิตแบบ odm

สมมติว่า นักธุรกิจมือใหม่ต้องการทำธุรกิจด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟน ต้องการผลิตสมาร์ตโฟนใหม่ที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่แตกต่างกันจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว เนื่องจากขายสินค้าที่มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจสามารถช่วยให้ก้าวข้ามคู่แข่งได้ง่ายขึ้น

1.1 การเข้าใจความต้องการและการออกแบบ

นักธุรกิจมือใหม่จะติดต่อ ODM ที่มีความเชี่ยวชาญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และส่งเอกสารความต้องการของสมาร์ตโฟนใหม่ที่ต้องการผลิต ซึ่งอาจประกอบด้วยสเปคทางเทคนิค เช่น ขนาดหน้าจอ

1.2 การออกแบบสินค้า

ODM จะใช้ข้อมูลที่ได้รับจากนักธุรกิจมือใหม่ในการออกแบบสมาร์ตโฟนใหม่ตามความต้องการ โดยใส่ความสำคัญให้กับรูปลักษณ์ที่น่าสนใจและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

1.3 การสร้างต้นแบบและการผลิต

ODM จะสร้างต้นแบบของสมาร์ตโฟนใหม่ตามการออกแบบที่ได้รับและทำการผลิตต้นแบบ เพื่อใช้ในการทดสอบและปรับปรุงก่อนเริ่มผลิตในขนาดใหญ่

1.4 การทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ

ตัวอย่างสมาร์ตโฟนต้นแบบที่ผลิตขึ้นจะถูกทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าตรงตามมาตรฐานและมีความพึงพอใจในการใช้งาน

1.5 การผลิตขนาดใหญ่และจัดส่ง

หลังจากที่ตัวอย่างสมาร์ตโฟนได้รับการอนุมัติและสามารถผลิตในขนาดใหญ่ได้ โรงงาน ODM จะเริ่มต้นการผลิตในปริมาณมาก และจัดส่งสมาร์ตโฟนใหม่ที่ผลิตขึ้นไปยังนักธุรกิจ

2. OEM (Original Equipment Manufacturer – ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นแบบ)

oem คือ บริษัทหรือผู้ผลิตที่จะผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งสินค้าที่ผลิตจะไม่มีชื่อแบรนด์ผู้ผลิต แต่จะใช้แบรนด์ของลูกค้าที่สั่งผลิต ซึ่งในกรณีนี้ลูกค้าจะต้องมีความเข้าใจที่ดีในการออกแบบสเปคของสินค้าที่ต้องการ การตลาดและการโปรโมตสินค้าที่ผลิตจาก OEM จะเป็นหน้าที่ของลูกค้าเอง

ตัวอย่างการผลิตแบบ oem

ตัวอย่างกระบวนการผลิตแบบ OEM สมมติว่า นักธุรกิจมือใหม่ที่เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าเครื่องสำอางต้องการผลิตเมกอัปที่มีแบบและคุณภาพที่เหมาะสมกับตลาดและนำเสนอให้กับลูกค้า

2.1 การเข้าใจความต้องการและการออกแบบ

นักธุรกิจมือใหม่เริ่มต้นโดยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางและความต้องการในการออกแบบของสินค้า อาทิ สีที่ต้องการ คุณสมบัติเฉพาะ เช่น คุณสมบัติเนื้อผิว

2.2 การเลือก OEM

นักธุรกิจมือใหม่ต้องเลือก OEM ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องสำอางและสามารถทำความเข้าใจความต้องการลูกค้าได้ โดยสามารถเลือก OEM ที่มีประสบการณ์ด้าน

2.3 การออกแบบสินค้า

นักธุรกิจมือใหม่จะส่งเอกสารการออกแบบและความต้องการให้กับ OEM เพื่อให้ความเข้าใจตรงกันในสิ่งที่ต้องการผลิต โดยกลับมาแก้ไขปรับปรุงตามความต้องการจากลูกค้า

2.4 การสร้างต้นแบบและการผลิต

OEM สร้างต้นแบบของเมกอัปตามความต้องการและการออกแบบที่ได้รับจากนักธุรกิจ สมมติว่าเมกอัปที่ผลิตเป็นต้นแบบ จะต้องผ่านการทดสอบปรับปรุงก่อนส่งให้ลูกค้า

2.5 การผลิตขนาดใหญ่และจัดส่ง

หลังจากต้นแบบได้รับการอนุมัติ เสร็จสิ้นการผลิตในขนาดใหญ่ จึงจะทำการผลิตเมกอัปตามสเปคที่กำหนด จัดส่งสินค้า ซึ่งจะนำไปใช้ในตลาดและขายในชื่อแบรนด์ของตนเอง

ทำความเข้าใจ realoem ย่อมาจากคำว่าอะไร และมีความสำคัญอย่างไร

คำว่า “realoem” ย่อมาจากคำว่า “Real Original Equipment Manufacturer” ซึ่งในบางกรณีอาจเรียกว่า “Real OEM” หรือ “Genuine OEM” ก็ได้ คำนี้ใช้เพื่ออธิบายผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นแบบ (OEM) ที่เป็นแบบจริง หมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ผลิตที่จริงใจและถูกต้องตามความเป็นจริง และสามารถตรวจสอบตัวตนและความน่าเชื่อถือของตนได้จริง ๆ 

ความสำคัญของ realoem 

มีดังนี้

1. คุณภาพสินค้าที่มั่นใจ

มาตรฐาน “realoem” จะให้ความมั่นใจกับลูกค้าว่าสินค้ามาจากผู้ผลิตแบบนี้เป็นสินค้ามีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ realoem มักเป็นสินค้าที่ทดสอบและตรวจสอบเคร่งครัด

2. ความน่าเชื่อถือในตลาด

ใช้ “realoem” เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าจะมั่นใจในสินค้าที่มาจากผู้ผลิตแบบนี้ และอาจช่วยส่งเสริมการขาย สร้างภูมิคุ้มกันในตลาด

3. การเลือกคู่ค้าที่ดี

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้สินค้าจาก OEM การเลือก “realoem” เป็นการทำให้ได้คู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นใจในคุณภาพของสินค้าได้ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

4. การรับรองสิทธิบัตรและความน่าเชื่อถือ

บางครั้ง “realoem” อาจเป็นสิทธิบัตรหรือการรับรองคุณภาพ ที่บ่งบอกว่าผู้ผลิตเป็นนักวิจัยและผู้พัฒนาที่เชื่อถือได้

เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูล oem รูปแบบอื่น ๆ 

มีดังนี้

การขอฮาลาล oem

การขอฮาลาล OEM หมายความว่าการขอสินค้าจาก OEM (ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม) จากธุรกิจ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้

1. การวิจัย

ค้นหาบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านบริการฮาลาล OEM ที่มีประวัติดีในอุตสาหกรรม

2. ข้อมูลติดต่อ

ติดต่อกับบริษัทที่เลือกผ่านทางเว็บไซต์ อีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์

3. แสดงความสนใจ

ติดต่อบริษัท แสดงความสนใจของคุณในบริการ OEM ฮาลาลของพวกเขา และบอกรายละเอียดความต้องการในผลิตภัณฑ์ของคุณ

4. สอบถามเกี่ยวกับใบรับรอง

ถามเกี่ยวกับใบรับรองฮาลาลและวิธีที่จะรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานฮาลาล

5. ขอใบเสนอราคา

รับใบเสนอราคาสำหรับบริการ OEM ฮาลาล หารือเกี่ยวกับราคาและลำดับเวลาการผลิต

การจ้างผลิต oem เป็นกลยุทธ์ช่วยธุรกิจได้อย่างไร

การจ้างผลิต OEM เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยธุรกิจได้ในหลายด้าน เช่น

1. ลดต้นทุนการผลิต

การจ้างผลิต OEM ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องลงทุนในการสร้างโรงงานและอุปกรณ์

2. ขยายกว้างของสินค้า

การมี OEM ทำการผลิตสินค้าให้เพิ่มเติม ช่วยให้ธุรกิจสินค้าสามารถขยายกว้างขึ้นได้

3. ลดเวลาในกระบวนการผลิต

OEM มักมีความชำนาญในการผลิต ช่วยลดเวลาในกระบวนการผลิตและส่งมอบสินค้า

ขั้นตอนการทำ oem และ odm แตกต่างกันอย่างไร

ขั้นตอนในกระบวนการทำ OEM (Original Equipment Manufacturer) และ ODM (Original Design Manufacturer) มีความแตกต่างกันอย่างสำคัญ โดยสรุปคือ OEM (Original Equipment Manufacturer) เป็นกระบวนการที่นักธุรกิจจ้างผลิตสินค้าจากผู้ผลิตอื่น โดยให้ผู้ผลิตผลิตสินค้าตามมาตรฐานที่กำหนด ในขณะที่ ODM (Original Design Manufacturer) เป็นกระบวนการที่นักธุรกิจจ้างผู้ผลิตออกแบบและผลิตสินค้าตามความต้องการของตน ความแตกต่างระหว่างทั้งสองกระบวนการนี้อยู่ที่ ODM มีส่วนในกระบวนการออกแบบสินค้าขณะที่ OEM จะไม่มีส่วนในกระบวนการออกแบบและต้องให้ความเชื่อถือในความเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพของสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการผลิต

กฎหมาย oem

อัปเดตเดือนกันยายน 2564 ไม่มี “กฎหมาย OEM” เฉพาะในประเทศไทยที่ควบคุมเฉพาะข้อตกลงของผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม กฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยอาจมีผลบังคับใช้กับกิจกรรม OEM ซึ่งรวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ครอบคลุมกฎหมายว่าด้วยสัญญา พระราชบัญญัติโรงงานที่ควบคุมการประกอบการการผลิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่คุ้มครองเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคที่คุ้มครองผู้บริโภค และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและกิจกรรมทางธุรกิจของชาวต่างชาติ เนื่องจากกฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือทนายความที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลล่าสุดและถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ OEM และการปฏิบัติตาม

ขณะนี้ Butterfly Organic Farm เราเปิดรับผลิตผลิตภัณฑ์ OEM และมอบสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับแบรนด์พันธมิตร โดยเราให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและเรามุ่งสร้างความไว้วางใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับคู่ค้า OEM แบรนด์ต่าง ๆ สนใจผลิต OEM หรือสนใจอยากดื่มนมบำรุงสมอง หรือมีอาการนอนไม่หลับเลือกโยเกิร์ต อาหารลดความอ้วนยอดนิยม สามารถสั่งสินค้าและดูสินค้าเพิ่มเติมสามารถติดตามผ่านไลน์ได้ที่นี่ LINE เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดในการสร้างผลิตภัณฑ์ OEM แบบกำหนดเองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และค่านิยมของพวกเรา เพราะพวกเรามีเป้าหมายร่วมกันที่จะหล่อเลี้ยงโลกสีเขียวแบบออร์แกนิก 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

oem ข้อดี ข้อเสีย

OEM มีข้อดีในเรื่องของต้นทุนการผลิต สามารถลดเวลาในกระบวนการตลาด และช่วยให้ธุรกิจมีความควบคู่ความท้าทายในตลาด แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องควบคุมคุณภาพ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ผลิต

ของ oem ดีไหม

ของ OEM ดีไหมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การเลือกผู้ผลิต OEM คุณภาพ การควบคุมคุณภาพของสินค้า ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และความต้องการของตลาด แม้ว่าของ OEM จะมีข้อดีและเป็นที่นิยมในการลดต้นทุน ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมในตลาด อย่างไรก็ตาม การเลือกและทำธุรกิจกับผู้ผลิต OEM ย่อมต้องให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความเสี่ยงในกระบวนการผลิต และต้องตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าในทุกขั้นตอน

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า