กระบวนการผลิตโยเกิร์ต มีวิธีการอย่างไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?

Share On: Facebook Line
Table of Contents

สำหรับคนที่สงสัยว่า “กระบวนการผลิตโยเกิร์ต” มีขั้นตอนอย่างไร และต้องใช้องค์ประกอบอะไรบ้างจึงจะได้โยเกิร์ตคุณภาพดี? บทความนี้ Butterfly Organic จะไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการผลิตโยเกิร์ต ทั้งในมุมมองของอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์อาหาร พร้อมทั้งแนะนำวิธีการเลือกวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพที่สำคัญ เพื่อให้คุณเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของการผลิตโยเกิร์ตจนถึงมาตรฐานที่ควรรู้ ผู้อ่านจะได้รับความรู้เชิงลึกและข้อมูลที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงเกี่ยวกับ “กระบวนการผลิตโยเกิร์ต” อย่างครบถ้วน

โยเกิร์ต คืออะไร?

โยเกิร์ต คือผลิตภัณฑ์นมหมักที่เกิดจาก “กระบวนการผลิตโยเกิร์ต” ด้วยการเติมจุลินทรีย์เฉพาะกลุ่มลงในนม แล้วปล่อยให้หมักจนเกิดกรดแลกติก (Lactic Acid) ส่งผลให้นมเกิดการตกตะกอนกลายเป็นเจลกึ่งของเหลวที่มีรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม โยเกิร์ตได้รับความนิยมอย่างมากในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมจากธรรมชาติ ในการผลิตโยเกิร์ตอุตสาหกรรม มีการใช้เทคโนโลยีและการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีรสสัมผัสที่คงที่ และถูกหลักวิทยาศาสตร์การทําโยเกิร์ต ทั้งนี้ โยเกิร์ตยังถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารและขนมหลากหลายชนิด

อ่านบทความ >> โยเกิร์ตออร์แกนิค VS โยเกิร์ตทั่วไป ต่างกันอย่างไร? 

ขั้นตอนการผลิตโยเกิร์ต

ในการผลิตโยเกิร์ต อุตสาหกรรมจะมีขั้นตอนมาตรฐานที่สำคัญซึ่งช่วยควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตโยเกิร์ตอุตสาหกรรมจะต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการบรรจุภัณฑ์

  • คัดเลือกและเตรียมนม: เลือกน้ำนมหรือผลิตภัณฑ์นมให้เหมาะสม ตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น และผ่านการกรองสิ่งเจือปนออกก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
  • ปรับแต่งสูตรและเติมส่วนประกอบ: เติมน้ำตาล วัตถุเจือปนอาหาร หรือสารให้ความข้นและคงตัวตามสูตรที่ต้องการ เช่น เจลาติน เพคติน ฯลฯ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสม
  • ฆ่าเชื้อ (Pasteurization): ทำให้นมร้อนที่อุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม เช่น 85°C เป็นเวลา 30 นาที หรือ 90-95°C เป็นเวลา 5 นาที เพื่อกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ
  • ทำให้เย็นลง: ลดอุณหภูมิของนมจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะกับการหมัก (ประมาณ 43-45°C)
  • เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ (Starter Culture): เติมเชื้อแบคทีเรียชนิดดี เช่น Lactobacillus bulgaricus และ Streptococcus thermophilus
  • หมัก (Fermentation): ปล่อยให้หมักที่อุณหภูมิที่ควบคุม จนค่า pH ลดลงอยู่ในช่วง 4.5-4.6 โยเกิร์ตจะมีเนื้อข้นหนืดและรสเปรี้ยว
  • กวนเนื้อโยเกิร์ต/เติมผลไม้หรือรสชาติ: (ถ้ามี) เติมรสชาติหรือวัตถุดิบอื่นเพิ่มเติม
  • บรรจุและเก็บรักษา: บรรจุโยเกิร์ตลงในภาชนะที่สะอาดและปิดสนิท จากนั้นนำไปเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำเพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัย

วิธีการผลิตโยเกิร์ต เป็นอย่างไร?

ในทางปฏิบัติ วิธีการผลิตโยเกิร์ตสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามขนาดของการผลิต ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงอุตสาหกรรม แต่หลักการสำคัญยังเหมือนเดิม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรสชาติสม่ำเสมอ ทั้งนี้ วิธีการทำโยเกิร์ต หรือการทําโยเกิร์ตวิทยาศาสตร์ต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมสุขอนามัยและอุณหภูมิทุกขั้นตอน

  • เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์: ตรวจสอบความสะอาดของภาชนะ น้ำนม วัตถุดิบ และอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  • อุ่นนมหรือผลิตภัณฑ์นม: ควบคุมอุณหภูมิในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมพร้อมรับจุลินทรีย์
  • เติมเชื้อจุลินทรีย์เฉพาะกลุ่ม: ใช้เชื้อแบคทีเรียมาตรฐานสำหรับโยเกิร์ตเท่านั้น เพื่อคุณภาพรสชาติและเนื้อสัมผัส
  • หมักนมในภาชนะปิด: ทิ้งไว้ในอุณหภูมิ 43-45°C จนได้ค่า pH ที่ต้องการ
  • ตรวจสอบคุณภาพ: สังเกตรสชาติ กลิ่น สี เนื้อสัมผัส และค่าน้ำหนักเนื้อโยเกิร์ต
  • แช่เย็นและบรรจุ: เพื่อหยุดกระบวนการหมักและรักษาคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภค

ส่วนประกอบของโยเกิร์ต มีอะไรบ้าง?

 

ในการผลิตโยเกิร์ตที่ได้มาตรฐาน ส่วนประกอบแต่ละชนิดจะมีบทบาทและความสำคัญเฉพาะ โยเกิร์ตที่มีคุณภาพจะต้องใช้วัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตโยเกิร์ตอุตสาหกรรมจะมีดังต่อไปนี้

นม

นมเป็นส่วนผสมหลักที่ใช้ในการผลิตโยเกิร์ต ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมพร่องมันเนย หรือผลิตภัณฑ์นมชนิดต่าง ๆ โดยคุณภาพของนมจะส่งผลต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสของโยเกิร์ตโดยตรง นอกจากนี้ นมยังเป็นแหล่งของโปรตีนและแคลเซียมที่สำคัญต่อสุขภาพ

วัตถุเจือปนอาหาร

วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้ในกระบวนการผลิตโยเกิร์ต เช่น สารให้ความหวาน สารกันเสีย (ตามที่กฎหมายกำหนด) หรือสีธรรมชาติ ล้วนมีบทบาทเพื่อปรับปรุงคุณลักษณะของโยเกิร์ต ทั้งในด้านรสชาติ สี และอายุการเก็บรักษา

สารให้คงตัว

การใช้สารให้คงตัว เช่น เจลาติน เพคติน หรือคาราจีแนน มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างเนื้อสัมผัสของโยเกิร์ตให้คงรูปอยู่ได้ ไม่แยกชั้นน้ำและเนื้อ เพิ่มความน่ารับประทานและความคงตัวตลอดอายุผลิตภัณฑ์

สารให้ความข้น

สารให้ความข้นมักใช้ในกระบวนการผลิตโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มความหนืดและความเข้มข้นของเนื้อโยเกิร์ต สารเหล่านี้มีทั้งชนิดธรรมชาติและสังเคราะห์ เช่น แป้งข้าวโพด หรือ Modified Starch ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

จุลินทรีย์ทำโยเกิร์ต

จุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตโยเกิร์ตมีความสำคัญมาก ได้แก่กลุ่ม Lactobacillus bulgaricus และ Streptococcus thermophilus ซึ่งเป็นหัวใจของการหมักนมให้ได้โยเกิร์ตที่มีเนื้อสัมผัสแน่น รสเปรี้ยว และกลิ่นเฉพาะ

ส่วนประกอบอื่น ๆ

ในบางสูตรอาจเติมส่วนผสมอื่น เช่น ผลไม้ น้ำเชื่อม สารแต่งกลิ่น หรือวิตามิน เพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ แต่ทุกอย่างต้องผ่านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ค่า pH โยเกิร์ต คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ?

ค่า pH ของโยเกิร์ตเป็นตัวบ่งชี้ความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งมีผลต่อรสชาติ เนื้อสัมผัส และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ค่า pH ที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตโยเกิร์ตจะอยู่ที่ประมาณ 4.5-4.6 เนื่องจากช่วยให้โยเกิร์ตมีความหนืดที่เหมาะสมและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ ผู้ผลิตจึงต้องตรวจสอบค่า pH อย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการผลิตโยเกิร์ตอุตสาหกรรม การควบคุมค่า pH ยังช่วยให้การผลิตโยเกิร์ตวิทยาศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวชี้วัดความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ในทุกล็อตการผลิต

การเก็บรักษาโยเกิร์ต จากทางโรงงานผลิต

การเก็บรักษาโยเกิร์ตหลังจากกระบวนการผลิตเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยคงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการผลิตโยเกิร์ตในระบบอุตสาหกรรม จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • ควบคุมอุณหภูมิ: เก็บโยเกิร์ตในอุณหภูมิต่ำกว่า 8°C เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและชะลอการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
  • บรรจุในภาชนะที่เหมาะสม: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่ออาหาร และสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก
  • ระบุวันผลิตและวันหมดอายุ: เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ
  • จัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม: ไม่ควรเก็บโยเกิร์ตรวมกับอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
  • ตรวจสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ: สุ่มตรวจลักษณะภายนอก กลิ่น สี และเนื้อสัมผัสของโยเกิร์ตตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโยเกิร์ต ที่ผู้ประกอบการต้องทราบ

 

มาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตโยเกิร์ต เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้โยเกิร์ตที่ผลิตออกมามีความปลอดภัยและได้คุณภาพตามเกณฑ์ของกฎหมาย

  • มาตรฐานวัตถุดิบ: ต้องใช้วัตถุดิบที่ผ่านการรับรองคุณภาพตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข
  • มาตรฐานกระบวนการผลิต: ต้องควบคุมอุณหภูมิ ความสะอาด และขั้นตอนการผลิตให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ดี (GMP)
  • มาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบค่า pH, ความข้นหนืด, สี กลิ่น และรสสัมผัสตามข้อกำหนดมาตรฐาน
  • มาตรฐานบรรจุภัณฑ์และการติดฉลาก: ภาชนะต้องปลอดภัย มีการระบุข้อมูลชัดเจนทั้งวันผลิต วันหมดอายุ และเลขสารบบอาหาร
  • มาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ: สามารถสืบค้นแหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างโปร่งใส
  • มาตรฐานความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคหรือสารพิษในกระบวนการผลิต

อ่านบทความ >> โรงงานผลิตโยเกิร์ตที่ได้มาตรฐานมีคุณสมบัติอย่างไร 

สรุป

กระบวนการผลิตโยเกิร์ต จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และมาตรฐานที่รัดกุมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การควบคุมการหมัก การตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้โยเกิร์ตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน โรงงานผลิตโยเกิร์ต Butterfly Organic ให้ความสำคัญกับ “กระบวนการผลิตโยเกิร์ต” ที่โปร่งใส ควบคุมทุกขั้นตอน และเน้นมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจึงมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่เลือกโยเกิร์ต Butterfly Organic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ

กระบวนการผลิตโยเกิร์ต มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

กระบวนการผลิตโยเกิร์ต เริ่มจากการเตรียมนม เติมส่วนประกอบต่าง ๆ ผ่านการฆ่าเชื้อ เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ หมักจนได้เนื้อโยเกิร์ตที่ต้องการ แล้วจึงบรรจุและเก็บรักษาให้เหมาะสมทุกขั้นตอน

กระบวนการผลิตโยเกิร์ต ต้องมีส่วนประกอบใดบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญของโยเกิร์ตประกอบด้วยนม วัตถุเจือปนอาหาร สารให้คงตัว สารให้ความข้น จุลินทรีย์ทำโยเกิร์ต และส่วนผสมอื่นตามสูตร เพื่อได้รสชาติและคุณภาพตามต้องการ

กระบวนการผลิตโยเกิร์ต ต้องมีมาตราฐานอะไรบ้าง?

ผู้ประกอบการต้องใส่ใจในมาตรฐานอุตสาหกรรมทุกด้าน ทั้งวัตถุดิบ วิธีทำโยเกิร์ต คุณภาพผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัย เพื่อให้โยเกิร์ตได้คุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย

บทความเขียนโดย

Butterfly Organic

พร้อมสนับสนุนสุขภาพที่ดี และธุรกิจของคุณ

เราจำหน่ายนมและโยเกิร์ตออร์แกนิค
พร้อมให้บริการ OEM เครื่องดื่มแบรนด์นม
แบบครบวงจร ตั้งแต่สูตร การผลิต ไปจนถึงจัดส่ง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Promotion Line Call