Category: นม

คนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาท้องอืด หรือถ่ายเหลวหลังดื่มนม ซึ่งมักเกิดจากภาวะไม่ทนต่อแลคโตส หลายคนจึงต้องเลี่ยงการดื่มนม ทำให้พลาดโอกาสได้รับสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีนและแคลเซียม แต่ด้วยทางเลือกอย่าง นมแลคโตสฟรี หรือ lactose free จะทำให้สามารถดื่มนมได้อย่างสบายท้อง พร้อมรับประโยชน์ทางโภชนาการครบถ้วน และยังมีรสชาติดีไม่แพ้นมทั่วไป บทความนี้ Butterfly Organic จะขอพาไปรู้จักนมฟรีแลคโตสให้มากขึ้น  นมแลคโตสฟรีคืออะไร ทำไมต้องมีนมไม่มีแลคโตส นมแลคโตสฟรี หรือ นมไม่มีแลคโตส คือ นมที่ผ่านกระบวนการย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ออก หรือเปลี่ยนให้อยู่ในรูปน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น เช่น กลูโคสและกาแลคโตส เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะไม่ทนต่อแลคโตส (Lactose Intolerance) สามารถดื่มได้โดยไม่เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสีย การเลือกดื่มนมแลคโตสฟรี นมที่ไม่มีแลคโตส จึงเป็นทางออกสำหรับคนที่ยังอยากได้ประโยชน์จากนม โดยไม่เสี่ยงต่อปัญหาทางระบบย่อยอาหาร ขยายความเพิ่มเติมว่า ภาวะไม่ทนต่อแลคโตสเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลตามธรรมชาติในนมและผลิตภัณฑ์จากนมได้อย่างเต็มที่ สาเหตุเกิดจากการที่ลำไส้เล็กผลิตเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ไม่เพียงพอ ส่งผลให้แลคโตสที่ไม่ได้ถูกย่อยเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ แล้วถูกหมักโดยแบคทีเรียจนเกิดก๊าซและกรด ทำให้มีอาการต่าง ๆ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง ภาวะนี้สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย แต่พบมากในผู้ใหญ่และชาวเอเชีย  นมไม่มีแลคโตสดีอย่างไร มีสารอาหารอะไรนม free lactose บ้าง นอกจากช่วยลดปัญหาท้องอืดและไม่สบายท้องแล้ว นมแลคโตสฟรียังมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับนมปกติ ตัวอย่างสารอาหารที่อยู่ในนมที่ไม่มีแลคโตส เช่น โปรตีน: ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดต่าง ๆ ในร่างกาย วิตามินบี 12: มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง วิตามินบี 2: ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดต โปรตีน และไขมัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส: มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง นอกจากนี้นมแลคโตสฟรี ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมในช่วงควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากให้พลังงานไม่สูงเกินไป สามารถใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารหรือเครื่องดื่มได้เหมือนนมทั่วไป แนะนำนมแลคโตสฟรีที่คุณไม่ควรพลาด มาถึงตรงนี้หลายคนคงกำลังอยากได้ตัวเลือกของนม lactose free เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์นมแลคโตสฟรีดี ๆ จาก Butterfly Organic 1. น้ำนมอัลมอนด์คีโต สูตรไม่เติมน้ำตาล น้ำนมอัลมอนด์คีโต สูตรไม่เติมน้ำตาล ผลิตจากอัลมอนด์ทั้งเมล็ดรวมเยื่อหุ้ม ไม่สกัดแยกน้ำมัน พร้อมเสริมประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้นด้วยเมล็ดทานตะวัน ไม่มีน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก (น้อยกว่า 1 กรัม) 90% ของแคลอรี่ทั้งหมด เป็นไขมันดีที่มาจากอัลมอนด์ และเมล็ดทานตะวันเท่านั้น รสชาติเข้มข้น หอมมันขึ้น  2. น้ำนมอัลมอนด์ ออริจินัล น้ำนมอัลมอนด์ ออริจินัล ขึ้นชื่อเรื่องการดื่มเพื่อลดน้ำหนัก มีกรดไฟติก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการดูดซึมของเหล็กสังกะสีและแมกนีเซียม ไม่มีคอเลสเตอรอล ไขมันอิ่มตัวต่ำ เป็นนมโปรตีนสูงที่ให้พลังงานต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 30 แคลอรี่ต่อปริมาณ 200 ml. 3. น้ำนมอัลมอนด์ ผสมเม็ดเจีย น้ำนมอัลมอนด์ ผสมเม็ดเจีย ผลิตจากน้ำนมที่ได้จากถั่วอัลมอนด์ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตจากธรรมชาติ ออร์แกนิค 100% นอกจากนั้นยังเติมเมล็ดเจียเข้าไป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารอีกด้วย 4. น้ำนมอัลมอนด์ ไม่หวาน น้ำนมอัลมอนด์ ไม่หวาน ผลิตจากอัลมอนด์ทั้งเมล็ดรวมเยื่อหุ้ม รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม สามารถดื่มแทนมื้ออาหาร หรือดื่มเป็นของว่างก็ได้ ช่วยให้อิ่มท้องนาน ลดความอยากอาหาร ใครบ้างที่เหมาะกับนมแลคโตสฟรี…
ลำไส้ เป็นศูนย์กลางสำคัญของสุขภาพ เพราะการมีลำไส้ที่ทำงานได้อย่างปกติ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการมีร่างกายแข็งแรงโดยรวม โดยลำไส้จะทำหน้าที่ย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และกำจัดของเสียออกจากร่างกาย หากลำไส้ไม่ทำงานดีหรือเกิดโรคลําไส้ขี้เกียจ คือ ทำให้ร่างกายไม่ดูดซึมสารอาหาร รู้สึกอึดอัด ท้องอืด และระบบขับถ่ายไม่ดี วันนี้เราจะมาดูกันว่า มีวิธีทำให้ลำไส้ทำงานปกติได้อย่างไรบ้าง ลำไส้ไม่ทำงาน วิธีรักษา  พร้อมวิธีดูแลและรักษาสุขภาพลำไส้อย่างเป็นขั้นตอนที่เหมาะสม อาการของลำไส้ทำงานผิดปกติ หากลำไส้ทำงานผิดปกติร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนต่าง ๆ ออกมา เช่น ปวดท้องบ่อย ๆ มีอาการท้องผูก ท้องเสียถี่ขึ้น ท้องอืด แน่นท้อง อุจจาระไม่สม่ำเสมอ หรือบางคนอาจประสบกับภาวะร่างกายไม่ดูดซึมสารอาหาร ส่งผลให้เหนื่อยง่าย ผิวพรรณหมองคล้ำลง น้ำหนักตัวลดผิดปกติ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ระบบขับถ่ายไม่ดีตามมาในระยะยาว แถมยังเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังของทางเดินอาหารได้ด้วย สาเหตุที่ทำให้ลำไส้แปรปรวน ลำไส้แปรปรวนเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการกินแต่อาหารแปรรูป มีน้ำตาลสูง และไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำลายจุลินทรีย์ดีในลำไส้ นอกจากนี้สาเหตุจากพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป นอนไม่หลับ หรือความเครียดสะสมก็ล้วนทำให้สมดุลในลำไส้เสีย อีกหนึ่งสาเหตุคือการใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกัน อาจฆ่าแบคทีเรียดีไปพร้อมกับเชื้อก่อโรค ส่งผลให้ลำไส้ทำงานผิดปกติได้ง่าย ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดและลำไส้ หลายคนอาจยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของลำไส้และสมองว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ความจริงแล้วลำไส้ถูกขนานนามว่าเป็นสมองที่สอง เพราะมีระบบประสาทและสารสื่อประสาทจำนวนมากที่สื่อสารกับสมองผ่านแกนสมอง-ลำไส้ (gut-brain axis) โดยตรง เพราะฉะนั้นเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดซึ่งส่งผลโดยตรงต่อลำไส้ ทำให้มีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือปวดท้องได้ การฝึกสมาธิ โยคะ การหายใจลึก ๆ ออกกำลังกายเบา ๆ หรือกิจกรรมที่แต่ละคนชอบทำเวลาอยากพักผ่อน จะช่วยคลายความเครียด และทำให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติได้ วิธีทำให้ลำไส้ทำงานปกติ วิธีการทำให้ลำไส้ทำงานปกตินั้น ไม่ได้ซับซ้อนเกินไป โดยเราสามารถเริ่มจากการปรับวิถีชีวิตประจำวันอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ เช่น เลือกกินอาหารที่มีกากใยสูง ลดอาหารแปรรูป และหมั่นเติมโปรไบโอติกกับพรีไบโอติกเข้าสู่ร่างกายเพื่อเสริมทัพจุลินทรีย์ดีในลำไส้ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ควรดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวันช่วยให้กากอาหารเคลื่อนตัวสะดวก ไม่ตกค้างจนกลายเป็นอาการท้องผูก นอกจากนี้การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือพิลาทิส ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และการพักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียดก็เป็นอีกกุญแจสำคัญ เพราะความเครียดมีผลโดยตรงต่อสมดุลลำไส้ด้วย ลำไส้ทำงานปกติคืออะไร ลำไส้ที่ทำงานปกติ คือการมีระบบย่อยและดูดซึมอาหารที่สมดุล เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้เต็มที่ และกำจัดของเสียออกมาในรูปแบบอุจจาระที่สม่ำเสมอ โดยไม่เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย หรือรู้สึกไม่สบายท้องจนเกินไป ซึ่งการมีลำไส้ทำงานดียังช่วยป้องกันภาวะลำไส้ขี้เกียจหรือโรคลำไส้ขี้เกียจที่เกิดจากการขับถ่ายไม่สม่ำเสมอและร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มประสิทธิภาพได้อีกด้วย รวมทั้งป้องกันอาการลำไส้แปรปรวนที่อาจตามมา ระบบขับถ่ายที่ดีเป็นอย่างไร ระบบขับถ่ายที่ดีควรมีการถ่ายอุจจาระเป็นเวลาอย่างน้อยวันละครั้งหรือวันเว้นวัน ในปริมาณเหมาะสม ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก และไม่เจ็บปวดเวลาถ่าย อุจจาระควรเป็นก้อนนิ่ม ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไป ซึ่งการสังเกตสีและกลิ่นก็สำคัญ หากอยู่ในเกณฑ์ปกติจะไม่มีกลิ่นแรงผิดปกติ สีออกน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม รวมทั้งไม่มีมูกเลือดปน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงสุขภาพลำไส้ที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับการขับถ่ายด้วย การดื่มน้ำเพื่อช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น น้ำเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่หลายคนอาจมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำเพียงพอวันละ 1.5–2 ลิตร จะช่วยให้กากอาหารไม่แข็งเกินไปและเคลื่อนตัวในลำไส้ได้สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้า จะกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้พร้อมสำหรับการขับถ่าย ลดภาวะลำไส้ขี้เกียจได้ดี และช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย พฤติกรรมที่ควรทำเพื่อให้ลำไส้ทำงานปกติ การดูแลลำไส้ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลอย่างมาก หลายคนจึงหันมาออกกำลังกายสม่ำเสมอกันมากขึ้น เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือโยคะ เพราะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ให้ดีขึ้น รวมทั้งการนอนให้พออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน และการจัดการความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การทำสมาธิหรือหายใจลึก ๆ ก็ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานสมดุลขึ้นได้ ลดอาการนอนน้อย หรือปวดท้อง และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำลายจุลินทรีย์ดีในลำไส้ได้ อาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้ อาหารคือปัจจัยหลักที่ช่วยกำหนดสุขภาพลำไส้…
พูดถึงแบคทีเรีย หลายคนอาจนึกถึงเรื่องการติดเชื้อ เจ็บป่วย หรือก่อโรค ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วแบคทีเรียก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น แบคทีเรียในลำไส้ มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้การออกกำลังกายหรืออาหารที่ทานทุกวัน ลำไส้ของเรามี Microbiome ซึ่งก็คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนล้านล้านตัว ซึ่งมีทั้งแบคทีเรียดีและไม่ดี เพราะการที่มีแบคทีเรียก่อโรคมากเกินไปก็สามารถทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน และระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้ ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักสาเหตุของแบคทีเรียไม่ดีในลำไส้ อาการที่สังเกตได้ วิธีรักษาแบคทีเรียในลำไส้ วิธีปรับสมดุลลำไส้ด้วยอาหาร และอาหารเสริมที่มีโปรไบโอติก รวมถึงคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจดูแล gut microbiome ของตัวเองให้แข็งแรงอย่างถูกวิธี ว่าเราควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ลำไส้มีแบคทีเรียไม่ดีมากเกินไป จะมีอาการเป็นอย่างไร เมื่อมีลำไส้มีแบคทีเรียไม่ดีมีมากเกินไป จะทำให้เกิดความไม่สมดุลในระบบย่อยอาหาร อาการที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือ ท้องอืด ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือลำไส้แปรปรวน บางรายอาจมีอาการเหนื่อยง่าย ผิวหมองคล้ำ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะแบคทีเรียในลําไส้ใหญ่ ความสัมพันธ์กับทั้งสมองและระบบภูมิคุ้มกันนั่นเอง สาเหตุของแบคทีเรียไม่ดีในลำไส้ ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าแบคทีเรียในลำไส้ มีอะไรบ้าง โดยหลัก ๆ แบ่งเป็นกลุ่มที่ดี เช่น Lactobacillus และ Bifidobacterium ช่วยย่อยอาหาร ผลิตกรดไขมันสายสั้น และเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนกลุ่มแบคทีเรียก่อโรค เช่น Clostridium และ Escherichia coli บางสายพันธุ์ ซึ่งสาเหตุของการเกิดแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้มาจากหลายปัจจัย เช่น การกินอาหารแปรรูป น้ำตาลและไขมันสูง การใช้ยาปฏิชีวนะซ้ำ ๆ รวมทั้งความเครียด การนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือโรคเรื้อรัง สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ gut microbiome เสียสมดุล และแบคทีเรียไม่ดีเติบโตเกินไปได้ การอักเสบในลำไส้เกิดจากอะไร เมื่อมีแบคทีเรียก่อโรคมากเกินไป ก็มักทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่นการอักเสบในลำไส้ จากการที่แบคทีเรียในลำไส้ที่เสียสมดุล จนทำให้จุลินทรีย์บางชนิดผลิตสารพิษ ทำให้เยื่อบุลำไส้ระคายเคือง และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา SIBO หรือภาวะลำไส้เล็กมีแบคทีเรียมากเกินไป คืออะไร SIBO หรือ Small Intestinal Bacterial Overgrowth เป็นภาวะแบคทีเรียเกินในลำไส้เล็ก โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ควรอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำให้กระบวนการย่อยอาหารผิดปกติ แบคทีเรียไม่ดีเหล่านี้จะไป ย่อยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ก่อนที่ร่างกายจะดูดซึมได้เต็มที่ ทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ ท้องอืด ท้องเสีย หรือบางคนอาจมีท้องผูกร่วมด้วย รวมทั้งยังทำให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญ อย่างเช่น วิตามิน B12 เหล็ก หรือกรดไขมันจำเป็น และอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในลำไส้เล็ก ลามไปถึงติดเชื้อแบคทีเรียในลําไส้ เกิดจากการที่ไม่ได้รับการดูแลภาวะนี้ให้หาย ส่งผลต่อเนื่องไปที่ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพด้านอื่น ๆ เกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และอาการทางเดินอาหารที่เรื้อรังได้อีกด้วย วิธีปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ การปรับสมดุลลำไส้ คือ การรักษาสมดุลระหว่างแบคทีเรียดีและไม่ดีในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีวิธีง่าย ๆ คือ เลือกกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ลดอาหารแปรรูป และเสริม จุลินทรีย์ในลำไส้ด้วยโปรไบโอติกหรือพรีไบโอติก นอกจากนี้ควรพักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่ช่วยลดแบคทีเรียไม่ดีในลำไส้ อาหารที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ได้ดี…
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าจุลินทรีย์กันมาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่าจุลินทรีย์คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร เพราะจริง ๆ แล้วจุลินทรีย์ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย เพราะมันอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และอยู่ในร่างกายเราด้วย ซึ่งจุลินทรีย์บางชนิดช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่บางชนิดถ้ามีมากเกินไปก็ทำให้เกิดโรคได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก จุลินทรีย์ มีอะไรบ้าง ลักษณะของจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ประโยชน์และโทษ รวมถึงอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมที่ช่วยให้จุลินทรีย์ในร่างกายของเราอยู่ในสมดุลได้ จุลินทรีย์ มีอะไรบ้าง ? จุลินทรีย์มีกี่ประเภท จุลินทรีย์ หมายถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือ Microorganism คือ สิ่งมีชีวิตที่เราสามารถเจอได้ทั้งในดิน น้ำ อากาศ และร่างกายของเราเองด้วย เพราะมันมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ และสุขภาพของเราโดยตรง ซึ่งชนิดของจุลินทรีย์ตัวที่สำคัญมีอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ แบคทีเรีย (Bacteria) ซึ่งมีทั้งชนิดดี ที่ช่วยย่อยอาหารและสร้างวิตามินในลำไส้ และชนิดไม่ดีที่ก่อโรคหรือทำให้เกิดการติดเชื้อ ไวรัส (Virus) โดยส่วนใหญ่จะก่อโรค แต่บางชนิดถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น นำไปผลิตวัคซีน รา (Fungi) ซึ่งรวมถึงยีสต์และราบางชนิด ที่ใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ขนมปังและเบียร์ แต่บางชนิดสามารถก่อโรคได้ โปรโตซัว (Protozoa) เป็นจุลินทรีย์เซลล์เดียว ขนาดเล็ก มักพบในน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อน และสามารถก่อโรคในลำไส้หรือเลือดได้ สาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) จุลินทรีย์ชนิดนี้ส่วนมากใช้ประโยชน์ทางอาหาร เพราะเป็นแหล่งโปรตีน ไขมันดี รวมทั้งยังช่วยสร้างออกซิเจนในสิ่งแวดล้อมได้ จุลินทรีย์ดีและจุลินทรีย์ไม่ดีคืออะไร จุลินทรีย์ดี คือ จุลินทรีย์ที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ไปช่วยย่อยอาหาร สร้างวิตามิน และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างตัวที่เราคุ้นเคย ก็คือแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ที่พบในลำไส้ และอาหารสุขภาพอย่าง โยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว ส่วนจุลินทรีย์ไม่ดี จะทำให้เกิดโรคหรืออาการไม่พึงประสงค์ เช่น อีโคไลสายพันธุ์ก่อโรค หรือซาลโมเนลลา ถ้าหากสมดุลของจุลินทรีย์เสียไป จุลินทรีย์ไม่ดีจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมานั่นเอง จุลินทรีย์ในร่างกาย มีอะไรบ้าง ด้วยความที่ร่างกายคนเรามีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอยู่หลายล้านล้านตัวเป็นปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะในลำไส้ ซึ่งเป็นบ้านหลักของจุลินทรีย์ดี ๆ เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) สายพันธุ์ดี และแบคทีเรียแอนแอโรบิกชนิดต่าง ๆ ซึ่งสิ่งมีชีวิตจิ๋วพวกนี้จะคอยช่วยย่อยอาหาร สร้างวิตามินบางชนิด เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ไม่ดี เราจึงต้องรักษาจุลินทรีย์เหล่านี้ไว้ เพราะถ้าหากจุลินทรีย์ในร่างกายเสียสมดุลไป อาจทำให้เกิดปัญหาลำไส้แปรปรวน ท้องผูก ท้องเสีย หรือภูมิแพ้ได้ อาหารที่มีจุลินทรีย์มีอะไรบ้าง เราสามารถพบจุลินทรีย์ดีในอาหารหลายชนิด เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิ เทมเป้ มิโสะ รวมถึงผักและผลไม้สดบางชนิด อาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นอาหารหมักดองหรือผ่านกระบวนการบ่ม ซึ่งช่วยเติมจุลินทรีย์ดี เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้แปรปรวน ทำให้หลายคนหันมาเลือกทานอาหารที่มีจุลินทรีย์ดีอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น เพราะเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุลินทรีย์มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร จุลินทรีย์มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ทั้งการช่วยย่อยอาหาร และดูดซึมสารอาหารให้ร่างกายนำไปใช้ได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถผลิตวิตามิน…
almond milk ขึ้นชื่อว่าหนึ่งในอาหารที่กินแทนขนมได้และดีต่อสุขภาพ แน่นอนว่าอัลมอนด์จะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง และในปัจจุบัน นอกจากจะสามารถกินอัลมอนด์ได้ในรูปแบบของถั่วแล้ว ก็ยังมีการแปรรูปเป็นแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นม โยเกิร์ต เนยอัลมอนด์ หรือแป้งอัลมอนด์ เพื่อนำไว้ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำขนมทดแทนแป้งสาลีอีกด้วย นั่นก็เพราะว่าอัลมอนด์นั้นมีคุณประโยชน์มากมายนั่นเอง
Grass Fed Milk คืออะไร หลายๆ คนอาจเคยได้ยินมาก่อน แต่อาจเป็นคำที่ไม่คุ้นหูและใหม่สำหรับใครหลายๆ คน ซึ่งหากจะกล่าวให้เข้าใจกันง่ายๆ เกี่ยวกับนมชนิดนี้ก็คือ นมแบบ Grass fed จะมีลักษณะทางกระบวนการผลิตที่มีความ Organic หรือแบบตามธรรมชาติ ไร้สารเคมีเจือปน ทำให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีในบทความนี้ Butterfly Organic จะมานำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการนมชนิดนี้ให้ทุกคนได้รู้จักเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้กับเหล่า Milk Lover ทุกคนได้ลองทำความเข้าใจกัน
คุณเคยสงสัยไหมว่า ผลิตภัณฑ์นม คืออะไร และ Dairy Product มีคุณค่าอย่างไรต่อสุขภาพ? ผลิตภัณฑ์นมถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอาหารหลักที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนมสด โยเกิร์ต ชีส หรือเนย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า Dairy Product คือแหล่งรวมสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทกับร่างกายอย่างมาก แล้วในผลิตภัณฑ์นมเหล่านี้ มีสารอาหารอะไรบ้างที่ควรรู้? บทความนี้ Butterfly Organic จะพาคุณไปหาคำตอบ พร้อมทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์จากนมแบบครบถ้วนและชัดเจน ผลิตภัณฑ์นม  หรือDairy Product คืออะไร? ผลิตภัณฑ์นม คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากน้ำนมของสัตว์ โดยเฉพาะวัว ซึ่งผ่านกระบวนการแปรรูปต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการบริโภคหรือใช้ในการประกอบอาหาร Dairy Product คือ กลุ่มอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนมสด ชีส โยเกิร์ต เนย หรือนมผง ทั้งหมดนี้ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและให้สารอาหารหลากหลายชนิด ผลิตภัณฑ์นมยังเป็นแหล่งของโปรตีน แคลเซียม วิตามินบี และไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย Dairy Products มีอะไรบ้าง ผลิตภัณฑ์นม แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นอย่างไร   หลายคนอาจสับสนระหว่างผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ เพราะทั้งสองกลุ่มมีความคล้ายคลึงกันในด้านการนำไปใช้บริโภคและประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากนมมีจุดเด่นเรื่องสารอาหารที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า โดยเฉพาะสารอาหารที่พบในน้ำนม เช่น แคลเซียมและโปรตีน ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แปรรูปทั่วไปที่อาจไม่ได้มาจากนมโดยตรง ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์นม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำนมดิบ เช่น นมสด เนย ชีส หรือโยเกิร์ต ซึ่งยังคงคุณสมบัติทางโภชนาการไว้ครบถ้วน ผลิตภัณฑ์จากวัว มีอะไรบ้างนั้น มักประกอบด้วยผลิตภัณฑ์พื้นฐานและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ยังคงสารอาหารสำคัญของน้ำนมอยู่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ คือผลิตภัณฑ์อาหารที่อาจมีการเติมแต่งสารอาหาร วัตถุเจือปน หรือผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอน เช่น ไส้กรอก ขนมปัง หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการเหมือนผลิตภัณฑ์จากนม และไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่ม Dairy Products สารอาหารใน Dairy Products มีอะไรบ้าง? Dairy Product หรือผลิตภัณฑ์นมเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายและสุขภาพที่ดี ในแต่ละผลิตภัณฑ์นมจะมีปริมาณสารอาหารแตกต่างกันออกไป โดยขึ้นกับชนิดขอผลิตภัณฑ์จากนมและวิธีการแปรรูป ตัวอย่างสารอาหารหลักในผลิตภัณฑ์นม มีดังนี้ โปรตีน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย แคลเซียม มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน วิตามินดี มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย โพแทสเซียม ช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกายและสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท ฟอสฟอรัส มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ ไขมัน เป็นแหล่งพลังงานที่ดี และช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน แมกนีเซียม ช่วยในกระบวนการสร้างโปรตีนและดูแลสุขภาพหัวใจ วิตามินเอ ส่งเสริมสุขภาพตาและระบบภูมิคุ้มกัน สารอาหารเหล่านี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้ Dairy Products คือหนึ่งในกลุ่มอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย อาการแพ้ Dairy Products มีอะไรบ้าง? แม้ว่าผลิตภัณฑ์นมจะให้สารอาหารที่สำคัญ แต่บางคนอาจเกิดอาการแพ้ Dairy Product ได้ โดยอาการแพ้ Dairy Product คือมีได้หลายรูปแบบและขึ้นกับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะพบได้ทั้งในผู้ที่แพ้นมแท้ และผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตสในผลิตภัณฑ์จากนม อาการแพ้เหล่านี้ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม 1. แพ้นมแท้ (Milk Allergy) Milk…
คุณเคยสงสัยไหมว่า “นมบำรุงผิว” สามารถช่วยให้ผิวของเราดูสุขภาพดีขึ้นได้จริงหรือไม่? หลายคนอาจคุ้นเคยกับการดื่มนมเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ในความจริงแล้ว นมยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจสำหรับการดูแลผิวอีกมากมาย บทความนี้ Butterfly Organic จะพาคุณไปรู้จักกับ 7 คุณค่าจากนม ที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กับผิว พร้อมแนวทางนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใครที่อยากมีผิวสวยแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ควรพลาดเนื้อหาเหล่านี้ นมบำรุงผิว คืออะไร?   นมบำรุงผิว คือการนำ “นม” ไม่ว่าจะเป็นนมสด หรือนมออร์แกนิค มาใช้เพื่อฟื้นบำรุงและดูแลผิวพรรณทั้งจากภายนอกและภายใน นมสดอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และกรดแลคติกที่มีประโยชน์กับผิว เมื่อใช้เป็นส่วนผสมของสูตรนมบำรุงผิว จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านและคืนความนุ่มนวลให้กับผิว รวมทั้งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวด้วยวัตถุดิบธรรมชาติที่ปลอดภัย ใช้นมบำรุงผิว ได้ผลจริงหรือไม่?   หลายคนอาจลังเลว่าวิธีดูแลผิวด้วย “นมบำรุงผิว” นั้นได้ผลจริงหรือเปล่า จากประสบการณ์และหลักฐานทางวิชาการ นมวัวมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงผิว เช่น วิตามินบี2 วิตามินเอ และโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ การใช้นมพอกหน้า หรือสูตรสครับน้ำนม ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพผิวทั่วโลก ถึงแม้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล แต่หากใช้อย่างถูกวิธีและต่อเนื่องก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ 7 คุณประโยชน์จากนมสด ช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดี ที่คุณควรรู้! นมวัวสดไม่ใช่เพียงแค่อาหารที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งคุณค่าที่ใช้บำรุงผิวได้อย่างหลากหลาย สูตรนมบำรุงผิวที่ถูกใช้มาตั้งแต่โบราณมีจุดเด่นเรื่องการบำรุงและฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม กระจ่างใส พร้อมมอบความชุ่มชื้นที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ในหัวข้อนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก 7 คุณประโยชน์หลักของนมวัวที่ควรลองนำไปใช้ดูแลผิวด้วยตัวเอง 1. เป็นคลีนเซอร์จากธรรมชาติ นมวัวสดถือเป็นคลีนเซอร์จากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง กรดแลคติกในนมยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกอย่างนุ่มนวล เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและกำลังมองหาสูตรนมบำรุงผิวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. มอยส์เจอไรเซอร์ชั้นดี วิตามินและไขมันจากนมวัวสดช่วยเติมความชุ่มชื้นและล็อกน้ำในผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น การใช้นมพอกผิวหรือสครับนมวัวเป็นประจำจึงช่วยปรับสมดุลผิวให้สุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 3. บรรเทาผิวอักเสบ ผิวไหม้ได้อย่างดี นมสดมีคุณสมบัติในการช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองและลดความร้อนบนผิว เช่น หลังออกแดดหรือผิวอักเสบอ่อน ๆ โปรตีนและวิตามินในนมช่วยปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลาย ลดรอยแดง และฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว 4. ใช้สครับน้ำนมขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว กรดแลคติกในนมสดช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง การใช้นมเป็นสครับน้ำนมหรือสครับนมวัวสามารถช่วยเผยผิวใหม่ที่เนียนใสกว่าเดิม ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสดชื่นขึ้น 5. การแช่เท้าในนม จะทำให้ผิวเท้าจะนุ่มขึ้น การนำเท้าแช่ในน้ำนมอุ่นเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้ผิวเท้านุ่มลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กรดแลคติกในนมจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกร้าน ขณะที่ความชุ่มชื้นจากไขมันนมช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง เป็นสูตรนมบำรุงผิวที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพเท้า 6. ใช้เป็นส่วนผสมของการมาสก์หน้าหรือสครับผิว นมวัวสดเหมาะสำหรับใช้ผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ในการทำมาสก์หน้าหรือสครับผิว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบำรุงและผลัดเซลล์ผิว เช่น การใช้นมสดผสมกับข้าวโอ๊ตหรือโยเกิร์ต จะช่วยให้ผิวหน้านุ่ม กระจ่างใส และลดความหมองคล้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ 7. การทานนมเพื่อบรรเทาสิว การบริโภคนมวัวสดในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการสิวบางประเภทได้ นอกจากนี้ ในนมยังมีโปรตีนคุณภาพดีและวิตามินในนมยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของผิว อ่านบทความ >> รวมประโยชน์ของการใช้โยเกิร์ตและนมบำรุงผิว  รวมสูตร 4 นมพอกหน้าบำรุงผิว ให้ผิวเด้ง ฉ่ำ นุ่ม!   หากคุณอยากลองดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติ สูตรนมบำรุงผิวถือเป็นทางเลือกยอดนิยม เพราะสามารถปรับใช้กับทุกสภาพผิวได้ง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งสารเคมี นมพอกผิวและสครับน้ำนมจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำน้ำ และทำให้ผิวดูสุขภาพดีได้อย่างปลอดภัยในทุก ๆ วัน 1. สูตรทำความสะอาดหน้าด้วยน้ำนม นำสำลีแผ่นชุบนมสดเย็น เช็ดให้ทั่วใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย เพราะสครับน้ำนมจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างอ่อนโยน พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า 2. สูตรสครับผิวด้วยน้ำนม ผสมสครับนมวัวกับข้าวโอ๊ตบดละเอียด จากนั้นนำมาสครับเบา ๆ บนผิวกายหรือผิวหน้าแล้วล้างออก…
นมบำรุงสมอง มีนมอะไรบ้างและเหตุใดนมบำรุงสมองถึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง? สำหรับใครที่อยากดูแลสมองของลูกหรือสมาชิกในครอบครัว การเลือก “นมบำรุงสมอง” ให้เหมาะสมคืออีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือกนมแบบไหน หรือแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร วันนี้ Butterfly Organic เราจะพาไปรู้จักนมบำรุงสมองแต่ละประเภท พร้อมทั้งเจาะลึกความสำคัญของอาหารบำรุงสมองเด็ก กินอะไรบํารุงสมอง ความจําดี เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในบ้าน นมบำรุงสมอง คืออะไร?   นมบำรุงสมอง คือ ผลิตภัณฑ์นมที่ออกแบบหรือเลือกสรรวัตถุดิบให้เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพสมองในทุกช่วงวัย โดยเน้นคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยบำรุงสมองและเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นนมอัลมอนด์ นมวัว นมถั่วเหลือง หรือแม้แต่นมพืชชนิดต่าง ๆ ล้วนเป็นอาหารบำรุงสมองที่มีสารอาหารจำเป็น อาทิ วิตามิน อี, โอเมก้า 3 และแคลเซียม นอกจากนี้ นมบำรุงลูกยังได้รับความนิยมในกลุ่มพ่อแม่ที่ต้องการเสริมอาหารสมองและพัฒนาการให้กับลูกน้อย นมบำรุงสมอง ดีอย่างไร? การเลือกนมบำรุงสมองที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมสุขภาพสมองทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงเสริมสร้างความจำและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง นมบำรุงสมองมีสารอาหารสำคัญ เช่น โอเมก้า 3 วิตามินบี วิตามินอี ซึ่งเป็นอาหารบำรุงสมองเด็ก ช่วยดูแลเซลล์สมองและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ ช่วยเสริมสร้างความจำ ด้วยสารอาหารอย่างโคลีนและโอเมก้า 3 ในนมบำรุงสมอง มีส่วนช่วยในการพัฒนาความจำ เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการกินอะไรบำรุงสมอง ความจําดี เป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารครบถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงสมอง นมยังให้โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย นมบำรุงสมองและนมบำรุงลูก สามารถเสริมสร้างพื้นฐานการเจริญเติบโตและดูแลสุขภาพสมองตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ทำไมนมบำรุงสมองถึงสำคัญ? นมบำรุงสมองสำคัญเพราะเป็นแหล่งของสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองในเด็ก โดยเฉพาะในวัยที่ร่างกายและสมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมจากนมบำรุงสมองจะช่วยสนับสนุนให้เด็กมีความจำดี สมองไว และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นมบำรุงลูกและอาหารบำรุงสมองเด็ก ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะขาดสารอาหารที่อาจกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว นมบำรุงสมองแบบไหนดี?   หากกำลังมองหานมบำรุงสมองที่เหมาะสมกับแต่ละคน ควรพิจารณาทั้งวัตถุดิบ สารอาหาร และความเหมาะสมต่อสุขภาพแต่ละบุคคล นมบำรุงลูกที่มีสารอาหารหลากหลาย เช่น โอเมก้า 3 โปรตีน และแคลเซียม ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับครอบครัว และหากต้องการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หรือแลคโตส นมพืชอย่างนมอัลมอนด์หรือนมถั่วเหลือง ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเช่นกัน 1. นมอัลมอนด์ นมอัลมอนด์เป็นนมพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินอีและกรดไขมันดี มีสารอาหารที่ส่งเสริมการทำงานของสมอง เหมาะสำหรับคนที่แพ้นมวัวหรือต้องการหลีกเลี่ยงแลคโตส อาหารบำรุงสมองชนิดนี้ยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของนมบำรุงสมองที่ปลอดจากไขมันอิ่มตัว 2. นมวัว นมวัวออร์แกนิคเต็มไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามินบี 12 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบำรุงสมองและระบบประสาท สำหรับคนที่ต้องการอาหารสมองและเสริมสร้างกระดูก นมวัวถือเป็นหนึ่งในนมบำรุงลูกที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน 3. นมถั่วเหลือง นมถั่วเหลืองเป็นนมบำรุงสมองจากพืชที่ให้โปรตีนสูง มีสารไอโซฟลาโวน วิตามินบี และเลซิติน ช่วยดูแลระบบประสาทและบำรุงสมองเด็ก รวมทั้งเหมาะกับผู้ที่เลือกอาหารเสริมให้ลูกฉลาดโดยไม่รับโปรตีนจากสัตว์ 4. นมข้าวโพด นมข้าวโพดมีสารอาหารที่ให้พลังงาน พร้อมทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยดูแลสมอง เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการอาหารเสริมบำรุงสมองหรือผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มพลังงานระหว่างวัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนมบำรุงสมองในกลุ่มนมพืช 5. นมถั่วพิสทาชิโอ นมถั่วพิสทาชิโอเป็นนมที่ให้กรดไขมันดี วิตามินอี และแร่ธาตุที่สำคัญ ช่วยดูแลระบบประสาทและการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่มองหาอาหารบำรุงสมองสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ต้องการลดปริมาณไขมันอิ่มตัว วิตามินบํารุงสมองในนมอัลมอนด์มีอะไรบ้าง?   นมอัลมอนด์นอกจากจะเป็นแหล่งของกรดไขมันดีแล้ว ยังมีวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาอาหารบำรุงสมองเด็กหรือบำรุงสมองในทุกช่วงวัย วิตามินอี วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสื่อม ช่วยเสริมสร้างความจำ กรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการสมองและการทำงานของระบบประสาท แมกนีเซียม ช่วยในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาทและช่วยให้การทำงานของสมองเป็นไปอย่างราบรื่น วิตามินบี…
นมข้าวโอ๊ต ถือเป็นนมที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องจากในปัจจุบัน เทรนด์การทานอาหารรักสุขภาพกำลังได้รับความนิยมนั่นเอง ซึ่งหนึ่งในประเภทของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ Plant Base (แพลนต์เบส) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายๆ คนนิยมรับประทาน ไม่แพ้มังสวิรัติละวีแกนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาจมีหลายๆ คนยังไม่คุ้นเคยกับการทานแบบ Plant Base มากนัก ดังนั้น ก่อนที่เราจะเข้าไปทำความรู้จักกับนมโอ๊ต เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Plant Base คืออะไร และนมจากข้าวโอ๊ตเกี่ยวอะไรกับการทานอาหารประเภทนี้ Butterfly Organic มีคำตอบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Promotion Line Call